ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมัน! “กรณ์” กางพิมพ์เขียวพลังงานไทย แนะรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า ชี้จุดอ่อนไทยพึ่งพาแก๊สนำเข้าสูงถึง 6.5% ของ GDP เสี่ยงกระทบหนักหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ย้ำไทยมีศักยภาพพอ… เหลือเพียงรอ “นโยบาย” ที่ชัดเจนจากรัฐบาล
วันที่ 10 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของราคาพลังงานของไทย จนรัฐบาลรักษาการได้ออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือ ไม่ว่าการเวิร์คฟรอมโฮมว่า รัฐบาล มีความเหมาะสมที่จะส่งสัญญาณให้ประชาชนตระนักสถานการณ์ดังล่าว เพราะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และอาจยืดเยื้อ ดังนั้นจึงควรตื่นตัว และปรับตัว ซึ่งดีกว่าที่จะบอกว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ และการส่งสัญญาณเช่นนี้ ก็เป็นการทำให้ทุกคนตระหนัก เพราะเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่นอน และหวังว่า สถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ เพราะมิเช่นนั้น ประประเทศไทย จะได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน ทั้งน้ำมันและแก๊ส ในระดับที่สูง คิดเป็น 6.5% ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่ใช้แหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่สหรัฐอเมริกา และยุโรป จะได้รับผลกระทบเฉพาะราคานั้น แต่ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบทั้งราคา และการเข้าถึง ทั้งอาจถึงขั้นซื้อแก๊สไม่ได้ ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่รัฐบาล จะส่งสัญญาณให้ประชาชนเตรียมตัว
นายกรณ์ กล่าวว่า นโยบายการดูแลราคาพลังงานของรัฐบาล ด้วยการกดราคาน้ำมันดีเซล 15 วันไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทก็สามารถทำได้ผ่านกองทุนน้ำมัน แต่ขอเตือนรัฐบาลว่า กรณีที่ขอให้กระทรวงพลังงานออก พ.ร.ก.การกู้เงิน เพื่อช่วยกองทุนน้ำมัน และคณะรัฐมนตรี ได้ถอนเรื่องดังกล่าวออก เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกองทุนน้ำมันติดลบหลายแสนล้านบาทต่อวันตั้งแต่สงครามยูเครน ซึ่งเห็นว่า ปัจจุบันกองทุนฯ สามารถดูแลตนเองได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกู้
เมื่อถามว่าส่วนที่ราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานราคาต้นทุน รัฐบาลควรรับมืออย่างไร นายกรณ์ กล่าวว่า ราคาพลังงานมีผลต่อการขนส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ทุกรัฐบาลต้องดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบ เพราะการขนส่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อราคาสินค้าระยะยาวหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินบาท ก็มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน เพราะทำให้เงินบาทที่ใช้ในการนำเข้าน้ำมันสูง และหวังว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ ซึ่งรัฐบาลควรมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รวมถึงค่าไฟ ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าไม่พึ่งพาเฉพาะแก๊สถึง 70% ที่ครึ่งหนึ่งจะต้องนำเข้า และปัจจุบันก็เกิดปัญหาที่ LNG ของไทยส่วนใหญ่ นำเข้ามาจากกาตาร์ และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย
“ดังนั้น รัฐบาล จึงจะต้องดูแลค่าไฟ และปรับโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยด้วย ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแต่รอนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น”นายกรณ์ กล่าว



















