ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศ เปิดเผยข้อมูล Supply Chain อย่างโปร่งใส
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วยโรงกลั่นของบริษัท Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (GC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC) เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิตและ เปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น จาก ระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้น
น้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการ จำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การ ส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด กลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตจากระดับปกติประมาณ 600 ล้านลิตร เหลือประมาณ 330 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

ในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station เปิดให้บริการครบทุก 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทาง รถบรรทุก ท่อส่ง และเรือ อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ้งได้เพิ่มรอบการ ขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมัน
ข้อมูลการจำหน่ายของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน เพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติ
ในบางช่วงเวลาอาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมัน เกิน 12 ชั่วโมง เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ซึ่งทีมขนส่งกำลังเร่งเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้จัดสรรน้ำมันให้แก่ผู้ค้าส่ง (Jobber) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระจายน้ำมันไปยังผู้ใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยใน ภาวะปกติ กลุ่ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันให้ Jobber ประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน และหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้ เพิ่มการจำหน่ายกลับมาใกล้ระดับปกติที่ประมาณ 4,94 ล้านลิตรต่อวัน โดยกำหนดราคาขาย Jobber เท่ากับราคาขายที่หน้าสถานีบริการในพื้นที่

กลุ่ม ปตท. ยังได้บริหารจัดการการขนส่งน้ามันผ่านหลายช่องทาง เพื่อให้สามารถกระจายน้ำมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนการขนส่งของกลุ่ม ปตท. แบ่งเป็น
-รถบรรทุกประมาณ 47%
-การขนส่งทางเรือประมาณ 25%
-การขนส่งผ่านท่อส่งประมาณ 28%

พร้อมกันนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอด Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การกลั่น การจัดเก็บในคลัง การขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถติดตามการไหลของน้ำมันในระบบได้อย่างชัดเจน โดยมีการ รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้สถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลุ่ม ปตท. ยังคงเดินหน้าจัดหาน้ำมันดิบจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าประกันภัยจะปรับตัวสูงขึ้งขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ
กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่า จะดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการ Supply Chainอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย



















