“ดีเอสไอขยับคดีกักตุนน้ำมัน ลุยเรียก 6 โรงกลั่นรับทราบข้อกล่าวหา ‘ไทยออยล์’ ส่งทนายแทน เจอขีดเส้นเข้าพบสิ้นเดือนนี้”
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.69 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ตามที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 นั้น ในวันแรกมีผู้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพียง 1 ราย คือทนายความของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การรับทราบข้อกล่าวหาในคดีอาญาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนได้ จึงแจ้งให้ทนายความรับทราบ และกำหนดให้ผู้มีอำนาจของบริษัทเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69
สำหรับอีก 5 โรงกลั่นที่เหลือ ยังคงมีเวลาตามหมายเรียกในการเข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย.69 หรืออาจยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมาย
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า พฤติการณ์ที่เป็นเหตุแห่งคดีเกิดจากการตรวจพบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือจำนวน 166 ฉบับ ที่มีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญไว้ 8 รายการ
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนมองว่า การที่เอกสารดังกล่าวมีข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจเปิดช่องให้มีการนำเอกสารไปเวียนใช้ หรือใช้ปกปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมัน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงกับการสืบสวนขบวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง จนเป็นเหตุให้ดีเอสไอรับเรื่องไว้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษ
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการมีข้อชี้แจงหรือเหตุผลทางกฎหมายว่าการกรอกข้อมูลในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่จำเป็นต้องครบทั้ง 8 รายการ พนักงานสอบสวนก็พร้อมรับฟังและเปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่
โฆษกดีเอสไอ ยังเปิดเผยถึงภาพรวมการตรวจสอบคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ปัจจุบันมีสำนวนที่อยู่ระหว่างดำเนินการรวม 8 คดี ครอบคลุมทั้งกรณีคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี คดีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง คดีโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง รวมถึงกรณีตรวจสอบเรือที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันกว่า 60 ล้านลิตร ซึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเดินเรือในพื้นที่ทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ขณะที่ในวันที่ 12 มิ.ย.69 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดีทั้งหมด เพื่อกำหนดแนวทางการสืบสวนสอบสวนและขยายผลในทุกสำนวนที่เกี่ยวข้องต่อไป



















