“หมอยง”เผย“ไวรัสฮันตา”เคยพบในไทย แต่เป็นคนละสายพันธุ์-ยันความเสี่ยง“ต่ำ”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”หมอยง”อธิบายไทยเคยพบไวรัสฮันตาแต่น้อยมาก และความเสี่ยงต่ำมาก ถึงแม้ว่าจะมีไวรัสตัวนี้อยู่ในประเทศไทยแต่คนละสายพันธุ์กันและมีมานานแล้วมากกว่า 40-50 ปี

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.69 ศ.นพใยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ”โรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) น่ากลัวไหมสำหรับประเทศไทย” โดยระบุว่า ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นไวรัสในกลุ่ม RNA virus อยู่ในวงศ์ Hantaviridae ซึ่งมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งรังโรคหลัก (reservoir host) โดยคนมักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นหรือสิ่งคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

ชื่อ “Hanta” มาจากแม่น้ำฮันตัน (Hantan River) ในประเทศ South Korea เนื่องจากมีการค้นพบไวรัสนี้ตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี สมัยผมเป็นนักเรียนผมก็รู้จักแล้ว เมื่อมีไข้เลือดออก เราต้องแยกจากไวรัสตัวนี้ ในกรณีที่มีไตวายร่วมด้วย และต่อมาเมื่อมีโรคฉี่หนู เราก็ยังต้องคำนึงถึงโรคนี้เพราะมี

ลักษณะอาการที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง

โรคนี้พบได้ทั่วโลก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มอาการ คือ

1 อาการที่คล้ายไข้เลือดออกและมีปัญหาทางไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)) พบมากในเอเชียและยุโรป

2 มีอาการทางทางเดินหายใจหรือปอด (Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) พบทางอเมริกาโดยเฉพาะอเมริกาใต้

โรคนี้ติดต่อจาก สูดดมละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนจากหนู สัมผัสสิ่งขับถ่ายของหนู ถูกหนูกัด (พบได้น้อย) โดยทั่วไป “ไม่ค่อย” ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นสายพันธุ์ในอเมริกาใต้ (Andes) ที่เป็นข่าวอยู่นี้

ลักษณะอาการจะเป็น ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ในรายที่รุนแรง จะมี ไตวาย เลือดออกคล้ายไข้เลือดออก น้ำท่วมปอด หายใจล้มเหลว

สายพันธุ์ Andes ที่ระบาดและเป็นข่าวอยู่นี้ อัตราการเสียชีวิต ถึง 30–40%

พบในประเทศไทยหรือไม่?

ประเทศไทย “เคยพบ” หลักฐานของไวรัสฮันตาและแอนติบอดีต่อเชื้อในทั้งหนูและมนุษย์ มีการตรวจพบ เชื้อหรือสารพันธุกรรมของ hantavirus ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด โดยเฉพาะจำพวกหนู เช่นหนูพุก และมีการตรวจภูมิต้านทาน แอนติบอดีในประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสหนูหรือทำงานเกษตร

โรค hantavirus ในประเทศไทยถือว่าพบน้อยมาก และสายพันธุ์ที่พบก็เป็นคนละสายพันธุ์กันดังแสดงในรูป

ความเสี่ยงสำหรับประเทศไทยถือว่าต่ำมาก ถึงแม้ว่าจะมีไวรัสตัวนี้อยู่ในประเทศไทยแต่คนละสายพันธุ์กันและมีมานานแล้วมากกว่า 40-50 ปี จึงไม่เป็นที่น่าวิตกกังวลแต่อย่างใด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img