ตำรวจเปิดเส้นทางเงินบริจาค “องค์กรทำดี” ย้อนตั้งแต่ปี 2558 พบผู้บริจาคกว่า 1 ล้านบัญชี ทำธุรกรรมกว่า 3.2 ล้านครั้ง รวม 815 ล้านบาท ตรวจพบเงินถูกโอนออกจากบัญชีโดยบุ๋ม ปนัดดา รวมกว่า 520 ล้านบาท พบรายการใช้จ่ายหลายประเภท ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ยอมรับเป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงิน อ้างสับสนเรื่องการเบิกจ่าย ส่วนก๊อต อธิป ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่าดำเนินการตามคำสั่งของบุ๋ม
วันนี้ 7 พ.ย.69 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. นำแถลงความคืบหน้าคดีฉ้อโกง ของ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี และนายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนขั้นตอนและวิธีการการจัดตั้งนิติบุคคลของนางสาวปนัดดา และ มูลนิธิองค์กรทำดี พบว่า 23 พฤศจิกายน 2558 ปนัดดา ได้เชิญให้คนบริจาคผ่านออนไลน์ ที่ตนเองเปิดขึ้น เป็นบัญชีส่วนตัว และหลังจากนั้นก็ลงสื่อออนไลน์ให้ประชาชนร่วมบริจาคและอ้างว่าไปเพื่อการกุศลในหลาย ๆ กิจกรรม
จากนั้น 12 ธันวาคม 2560 และได้สร้างเฟซบุ๊ก องค์กรทำดี ชวนให้ประชาชนบริจาค โดยใช้บัญชีเดิม จากนั้น 30 มีนาคม 2565 เมื่อมียอดบริจาคเพิ่มมากขึ้น ผู้ต้องหาจึงได้จัดตั้งมูลนิธิ จดทะเบียนเขตบางเขน มูลนิธิองค์กรทำดี
จากนั้นปี 2565 มีการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิให้นำบัญชีส่วนตัว มารับบริจาคเป็นบัญชีหลัก และมีประชุมเพื่อให้เปิดบัญชีในนามมูลนิธิ ต่อมา 27 กรกฎาคม 2565 มูลนิธิได้ไปเปิดบัญชีกับธนาคาร ชื่อ มูลนิธิองค์กรทำดี และก็เปิดรับบริจาค 2 บัญชีคู่กันโดยไม่ยกเลิกบัญชีเดิม
ต่อมา 31 ธันวาคม 2565 ได้โพสต์ชวนให้ประชาชนบริจาคในบัญชีมูลนิธิ และปี 2568 มีความคิดย้ายจากมูลนิธิจากบางเขนไปปทุมธานี จึงได้เปิดบัญชีส่วนตัว ชื่อว่า บัญชีสมทบ เปิดรับบริจาคร่วมสร้างมูลนิธิ รวมมีทั้งหมด 3 บัญชี ตรวจสอบต่อมา พบว่ารายละเอียดการเปิดบัญชีทั้ง 3 บัญชี นางสาวปนัดดา มีอำนาจสั่งการทั้งสิ้น ข้อมูลเชิงลึกพบว่าเป็นเพราะเงื่อนไขการสั่งจ่ายเป็นชื่อนางสาวปนัดดา
เมื่อสืบสวนต่อมาพบว่าตั้งแต่ 2558 จนปัจจุบัน 3 บัญชีหลักมีคนบริจาคทั้งหมด 3,200,000 กว่าครั้ง จาก 1 ล้านบัญชี รวมเงินทั้งหมด 815 ล้าน โดยประมาณ ระหว่างนั้นมีการทำธุรกรรมโยกเงินจากบัญชีมูลนิธิ ไปกองทุน และจากกองทุนไปสมทบ และพบว่าข้อบังคับของมูลนิธิทำให้มีข้อจำกัดการจ่ายเงิน จากนั้นก็พบว่า เงิน 3 บัญชี ย้ายไปใช้ในกิจการมูลนิธิบ้าง และกิจการส่วนตัว หลาย ๆ กรณี ถูกใช้ไปผิดวัตถุประสงค์การจัดตั้งมูลนิธิ ดังนี้
บัญชีแรก 600 กว่าล้าน ถูกใช้ไป 12 กิจกรรม ประมาณ 520.7 ล้านบาท อาทิ โอนให้กับอธิป สามี 3 บัญชี 99 ล้าน จากนั้นการโอนให้บิดา 28 ครั้ง 4.6 ล้านบาท และโอนให้ช่างก่อสร้างพูลวิลล่าภูเก็ต 18 ล้าน และอีกเส้นเงินโอนให้คณะกรรมการมูลนิธิ 36 ล้านบาท และพบโอนให้นิติบุคคลช่างเอ๋
มีการโอนเงินไปซื้อประกันชีวิต 10 ล้านบาท และโอนเงินไปซื้อกองทุน 6 กองทุน 24 ล้าน และ โอนเงินจากกองทุนไปซื้อเครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม 2.7 ล้าน และถอนเงินไปเคาน์เตอร์ธนาคาร มีการนำเงินไปชำระบัตรเครดิต 251 ครั้ง 19 ล้านบาท
เส้นบัญชีที่ 2 บัญชีกองทุน โยกย้ายเงินจากมูลนิธิ มีการใช้เงินบางส่วนไปจ่ายค่าที่อยู่อาศัยและส่วนกลาง
ขณะที่บัญชีที่ 3 เป็นบัญชีสมทบ ก็พบว่าส่วนหนึ่งโอนไปบัญชีนางสาวปนัดดา 44 ครั้ง 12 ล้าน โอนให้สามี 5 แสนกว่าบาท ส่วนหนึ่งโอนไปที่นักธุรกิจที่เชียงใหม่ ก็ต้องสืบต่อไปว่าเกี่ยวข้องอย่างไร เป็นเงิน 8 แสนบาท โดยรวมทั้งมีเงินอกจาก 3 บัญชีเป็นเงิน 527 ล้านบาท
ทั้งนี้ตำรวจมีการรวบรวมหลักฐานขอออกหมายจับเป็น 3 วง
วงแรก เป็นผู้ต้องหาหลัก 2 คน คือ บ๋ม ปนัดดา 3 ข้อหา //ส่วน ก๊อต อธิป ไม่เข้าข่ายฉ้อโกง ซึ่งเจ้าหน้าที่พบพฤติกรรมมีโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน มีความผิดฐานร่ววมกันฉ้อโกง
วงที่ 2 ประกอบด้วย คณะกรรมการมูลนิธิ กับช่างเอ๋
วงที่ 3 นักธุรกิจที่เชียงใหม่ และบุคคลอื่นที่มีการโอนเงินไป
สำหรับการตรวจค้น 4 หลัง พบทรัพย์สิน กระเป๋าแบรนด์เนมหลายใบ 3-4 ล้านบาทและเครื่องประดับ
ทั้งนี้ นางสาวปนัดดา ให้การปฏิเสธแต่ยอมรับว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงิน แต่อ้างว่าสับสนในการเบิกจ่ายเงิน แต่นายอธิป ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา บอกว่าทำไปเพราะเชื่อตามคำสั่งคุณปนัดดา แต่พฤติกรรมพบว่า ทั้ง 2 คน ยังอยู่ด้วยกันฉันสามี-ภรรยา
ทั้งนี้มีรายงานว่ามูลนิธิไม่มีรายการประชุมประจำปี ส่งรายงานประจำปีตามข้อบังคับของนายทะเบียน และพบว่าจ่ายภาษีไปเพียงแค่ 2 ปีแรก เท่านั้น



















