หน้าแรกHighlight‘พิชัย’คาดเศรษฐกิจไทยปี69ขยายตัวต่ำ ชี้‘ส่งออก-ลงทุน-ท่องเที่ยว’เป็นตัวตัดสิน

‘พิชัย’คาดเศรษฐกิจไทยปี69ขยายตัวต่ำ ชี้‘ส่งออก-ลงทุน-ท่องเที่ยว’เป็นตัวตัดสิน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”พิชัย“ คาดการณ์ เศรษฐกิจปี 69 “ย่ำแย่ ขยายตัวต่ำ” ชี้ การส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว เป็นตัวตัดสิน แนะ เลือกพรรคที่ แก้ไขปัญหาหนี้ ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต เจรจาเขตการค้าเสรี และ เจรจาสหรัฐ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และ แก้ปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพทะลักไทย

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว. พาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจในปี 2569 น่าจะย่ำแย่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะต่ำ หลายสำนักทำนายว่าจะขยายตัวได้เพียง 1% กว่าเท่านั้น และบางสำนักถึงกับบอกว่าน่าจะแย่ที่สุดในรอบ 30 ปี โดยเครื่องจักรเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนประเทศไทยหลายตัวทำท่าจะหยุดชะงัก ทั้งที่เศรษฐกิจไทยในภาพรวมดำเนินมาได้ดีตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 2566 โดยการส่งออกปี 2567 ขยายได้ 5.4% และ การส่งออกปี 2568 น่าจะขยายได้ประมาณ 11-12% แต่การส่งออกในปี 2569 ทำท่าจะย่ำแย่ อาจจะขยายตัวต่ำหรืออาจจะถึงกับติดลบได้

นอกจากนี้ การลงทุนในปี 67 มีการส่งเสริมการลงทุนถึง 1.14 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในรอบหลายปี และมีการลงทุนจริงเกือบทั้งหมด ในปี 2568 มีการขอการส่งเสริมการลงทุน 1.37 ล้านล้านบาทใน 9 เดือนแรก แต่การลงทุนจริงยังชะลอ นักลงทุนน่าจะรอการเลือกตั้งที่จะมาถึง และ การท่องเที่ยว ที่นักลงทุนเริ่มเข้ามามากขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้วและ หวังว่าปีนี้ทั้งปีนักท่องเที่ยวจะเข้ามามากขึ้น

ดังนั้น แนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะจากพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะต้องเร่งทำ โดยขอเสนอแนวทางดังนี้

  • การบริโภคภายในประเทศ : ปัญหาของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำมาตลอด 10 ปี ทำให้รายได้ประชาชนไม่เพิ่ม แต่หนี้เพิ่มมาก โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงมากถึง 87-88% ของจีดีพี แปลว่าหาเงินได้เท่าไหร่ต้องใช้หนี้เกือบหมด ทำให้เหลือเงินเพื่อการใช้จ่ายน้อยมาก ดังนั้นการแก้ปัญหาหนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นของระบบธุรกิจด้วยนอกจากนี้ ยังต้องเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และ ธนาคารพาณิชย์ต้องปล่อยกู้ให้ธุรกิจ SMEs มากขึ้น รวมถึงการลดช่องว่างระหว่างเงินกู้ และเงินฝาก (NIM) ให้แคบลง ดังนั้น นโยบายการแก้หนี้ ทั้งหนี้ครัวเรือนและ หนี้ธุรกิจ และการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจจึงเป็นนโยบายที่เร่งรัดหลังการเลือกตั้ง
  • การส่งออก : การส่งออกที่ดีมาตลอด 2 ปี คือปี 67 ขยาย 5.4% และ ปี 68 ขยายประมาณ 11-12% หลังจากที่ 10 ปีก่อนหน้านี้ การส่งออกไทยขยายได้เฉลี่ยเพียงปีละ 1 % กว่า เท่านั้น แต่ปี 69 นี้ การส่งออกทำท่าจะกลับไปแย่อีก อาจถึงขนาดติดลบได้ ทั้งนี้การส่งออกของประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเป็นปัจจัยหลักในการที่ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากการเป็นกับดักประเทศรายได้ปานกลางเป็นประเทศรายได้สูงได้ โดยการที่ประเทศเวียดนามมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี ก็มาจากการส่งออกนี้ ที่ขยายตัวอย่างมากจนการส่งออกเวียดนามแซงประเทศไทยมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ เมื่อตอนกลางปี ตนเองได้คาดการณ์ว่าปี 68 ที่ผ่านมานี้ การส่งออกจะขยายตัวเกิน 10% และจะเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทย ปรากฎว่ามีหลายคน รวมถึง นักวิชาการ สื่อมวลชน นักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ บางท่าน หัวเราะ และ ไม่เชื่อแถมยังบอกว่าครึ่งปีหลังการส่งออกจะติดลบ สุดท้ายก็เป็นจริงตามที่ตนคาดการณ์การส่งออกคือส่งออกขยายได้ประมาณ 11-12% ดังนั้นการที่จะขยายการส่งออกให้มากขึ้นได้ จะต้องขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ค่าเงินบาทจะต้องไม่แข็งค่ามากนัก ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินปัจจัยพื้นฐานซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออกอย่างมาก ความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศคู่ค้า การเจรจาเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศซึ่งจำเป็นต้องมีเพิ่มขึ้นอีกมาก และ การลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องมีมากขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนเพื่อการส่งออกที่หดหายมาเป็นระยะเวลานาน เป็นต้น นอกจากนี้ การส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่ไทยได้ดุลกว่าปีละเป็นแสนกว่าล้านบาท และ เมียนมาร์ ต้องหดหายไปตามสภาวะความขัดแย้งที่ควบคุมไม่ได้ในปัจจุบัน ดังนั้นนโยบายขยายการส่งออกจึงเป็นนโยบายเศรษฐกิจหลักหลังการเลือกตั้งนี้
  • การลงทุน : การลงทุนในประเทศไทยหดหายมากว่า 10 ปี จากปัญหาการเมืองภายในประเทศ การลงทุนไทยเริ่มฟื้นเมื่อปี 67 ที่มีการขอส่งเสริมการลงทุน 1.14 ล้านล้านบาท และลงทุนจริงทั้งหมด และ ปี 68 การขอส่งเสริมการลงทุนมีถึง 1.37 ล้านล้านบาทใน 9 เดือนแรกและน่าจะขยายอีกมากเมื่อครบปี แต่อาจจะยังไม่ได้ลงทุนทั้งหมด เพราะนักลงทุนอาจจะกังวลกับภาวะการเมืองไทยที่ยังผันผวน และ รอการเลือกตั้ง ทั้งนี้การลงทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคตเช่น เซมิคอนดักเตอร์, แผงวงจรอเลคโทรนิค (PCB), รถยนต์ไฟฟ้า (EV), ดาต้าเซนเตอร์, Ai, พลังงานสะอาด ฯลฯ ซึ่งเป็นอนาคตของโลก และจำเป็นต้องมีการลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทนี้มากขึ้นอีกมาก และ ต้องให้เครดิต สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ทำงานอย่างหนักและได้ผลออกมาดี และล่าสุดมีแผนงาน FastPass เพื่อช่วยเร่งให้ มีการลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทนี้มากขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคตเหล่านี้ จึงเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ
  • การเจรจาเขตการค้าระหว่างประเทศระหว่างประเทศ (FTA) : มีความสำคัญต่อการค้า และ การลงทุนของไทยอย่างมาก ประเทศไทยไม่สามารถเจรจาการค้าเสรีกับประเทศหลักได้เลยมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ผลจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ จนปลายปี 67 วันที่ 30 พฤศจิกายน ประเทศไทยสามารถตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศในกลุ่ม EFTA ประกอบด้วย 4 ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และ ลิคเตนสไตน์ สำเร็จ และ เซ็นสัญญาในวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างการประชุม WEF นับเป็นสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีแรกของไทยในทวีปยุโรป ซึ่งทำให้ประเทศไทยกลับสู่แผนที่โลกได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้การค้าและการลงทุนของไทยเพิ่มขึ้นมากและเป็นสาเหตุที่การส่งออกของไทยขยายตัวได้มาก และต่อมา ประเทศไทย เซ็นสัญญาเขตการค้าเสรีกับประเทศ ภูฎาน ในวันที่ 3 เมษายน 2568 ระหว่างการประชุม Bimstec ที่ กรุงเทพฯ โดยคาดหวังว่าจะสามารถเจรจาเขตการค้ากับ สหภาพยุโรป (EU) ภายในปลายปี 2568 แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงไม่สามารถเจรจาให้จบตามกำหนดได้ นอกจากนี้ยังมีการเจรจา FTA กับ เกาหลีใต้ อาเซียน-แคนาดา และ UAE ด้วย ที่คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2568 แต่ก็ยังไม่เสร็จ ทั้งนี้การที่ประเทศเวียดนามมีการลงทุนและการส่งออกมากกว่าไทยมาก ส่วนหนึ่งมาจากที่ประเทศเวียดนามมี FTA มากกว่าไทยมาก เวียดนามมี FTA ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศ ขณะที่ไทยเพิ่งขยายเพิ่มและมีเพียง 24 ประเทศเท่านั้น ดังนั้นการที่ประเทศไทยต้องเร่งเจรจาเขตการค้าเสรีจึงเป็นนโยบายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ตนเองขอยืนยันและขอชื่นชมว่าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ และ กรมเจรจาการค้า มีความรู้ความสามารถสูงและสามารถเจรจาให้เกิดผลสำเร็จได้
  • การเจรจาการค้ากับสหรัฐ – สหรัฐเป็นตลาดสินค้าของไทยที่ใหญ่ที่สุดคิดเป็น 18% ของการส่งออกไทย และไทยได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐปีละกว่าล้านล้านบาท ดังนั้นการจะหาตลาดทดแทนสหรัฐจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย และ สินค้าก็จะเป็นคนละประเภทกับที่ผลิตให้สหรัฐ ทั้งนี้ยังไม่รวมสินค้า Supply Chain ที่ส่งให้ประเทศอื่นเพื่อผลิตส่งสหรัฐอีกจำนวนมากด้วย ดังนั้นการเจรจาการค้ากับสหรัฐจึงเป็นนโยบายที่มีความจำเป็นอย่างมาก จากข้อมูลจากสหรัฐ การประชาสัมพันธ์ ของ รมว. พาณิชย์ในเชิงบังคับสหรัฐได้ สหรัฐต้องง้อไทย น่าจะทำให้สหรัฐไม่พอใจกับเรื่องนี้ โดยที่สหรัฐเพิ่งส่งทหารบุกจับตัวผู้นำเวเนซูเอล่าและภรรยาไปดำเนินคดีที่สหรัฐ
  • ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ – ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นปัญหาของทุกรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขทั้งระบบ ตั้งแต่ประเภทสินค้าที่ผลิตจะต้องมีความต้องการของตลาดชัดเจน การปลูกต้องมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ และน่าจะต้องเป็นสินค้าพิเศษเฉพาะซึ่งจะทำให้ได้ราคามากขึ้น เช่นข้าวหอมมะลิมีความพิเศษเฉพาะตัว ทำให้ราคาไม่ตกแถมราคาน่าจะขึ้นไปได้ในอนาคต ในขณะที่ข้าวขาวปกติราคาจะไม่ดีนักเพราะต้องแข่งกับอินเดีย และ เวียดนามที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำกว่าไทยมาก แถมอินเดียยังมีสต๊อกเหลืออยู่หลายสิบล้านตันที่พร้อมทุ่มขาย ดังนั้นการจัดการราคาสินค้าเกษตรต้องได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวงโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรที่ต้องรับผิดชอบต่อการผลิต ประเภทสินค้า และประสิทธิภาพของการผลิต ล่าสุดแม้จีนแจ้งว่าจะซื้อข้าวไทย 500,000 ล้านตัน แต่จนถึงสิ้นปีแล้ว กลับยังไม่มีการสั่งซื้อข้าวเลย
  • การแก้ปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพเข้าตลาดไทย และ ปัญหานอมินี : เรื่องนี้สร้างผลกระทบต่อ SMEs อย่างมาก เนื่องจากสินค้าราคาถูกได้ไหลทะลักเข้าไทย โดยบริษัท SMEs ของไทยไม่สามารถแข่งขันได้ โดยตนเองได้ดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี และดำเนินคดีกับธุรกิจนอมินี 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท แต่ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อ นโยบายการแก้ปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพ และ ปัญหานอมินี จึงเป็นนโยบายหลักที่ต้องแก้ไข เพื่อป้องกันธุรกิจของคนไทย

นี่เป็นบางนโยบายเศรษฐกิจที่รัฐบาลใหม่จะต้องพิจารณาเร่งดำเนินการ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถก้าวหน้าไปได้ ประเทศไทยประสพปัญหาเศรษฐกิจสะสมมาเป็นเวลานาน หากไม่เร่งแก้ไขเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาการขยายตัวต่ำอย่างถาวรได้ ซึ่งจะไม่สามารถทำให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img