“ อภิสิทธิ์” เผย 11 มกราคมนี้ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งแรก ณ สวนเบญจสิริ และเวทีปิด ณ ลานคนเมือง เพื่อลงลึก 27 นโยบาย มั่นใจตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม และย้ำเดินหน้าหาเสียงภาคใต้ และภาคตะวันออกต่อเนื่องแน่นอน
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า ตนได้กลับมาเขตบริเวณตลาดศรี ดินแดง พื้นที่เขต 6 อีกครั้ง ซึ่งมีผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เบอร์ 5 นางสาวศิริภา อินทวิเชียร เนื่องจากตนเคยเป็นผู้แทนที่นี่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
“วันนี้ พอได้กลับมาลงพื้นที่ดินแดง ซึ่งผมยังมีความผูกพันกับพี่น้องประชาชนหลายๆ คนที่นี่ จและวันนี้ทุกคนก็ยังคงให้การสนับสนุนผมเหมือนเดิม ที่สำคัญ ประชาชนเขตดินแดง ยังรู้จักผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงว่าผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่ดินแดงมาพอสมควรแล้วจนเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงนี้ ตนและทีมผู้บริหารพรรค ยังคงเดินหน้าพูดถึงนโยบาย ที่จะทำให้ “ไทยหายจน” โดยเฉพาะ 27 ข้อที่เลือกมานั้น ถือเป็นนโยบายที่เป็นทีเด็ดที่สุดนของพรรค ซึ่งหลังจากนี้ ก็ยังต้องขยายคำอธิบาย เนื่องจากประชาชนต้องการอยากให้ลงในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร

“ช่วงนี้ผมและทีมผู้บริหาร รวมถึงผู้สมัคร สส. กทม. และผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ ยังคงเดินหน้าพูดถึงเรื่อง นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และในช่วงหลังก็จะได้มีการรณรงค์ในเรื่องนโยบายต่อไป โดยในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคมที่จะถึงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะหาเสียงและพูดถึงนโยบายของพรรคคที่สวนเบญจสิริ และเวทีครั้งต่อไปในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นเวทีปิด ณ ลานคนเมือง“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังบอกต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.) ตนและทีมผู้บริหาร จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกล่าวยอมรับว่า การแข่งเลือกตั้งทุกพื้นที่ดุเดือดทั้งนั้น แต่ตนคิดว่า ไม่เป็นปัญหา กลับถือเป็นเรื่องดีสำหรับประชาชน เพราะได้มีทางเลือก
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ในส่วนของการหาเสียงในภาคใต้ ตนยังเดินหน้าหาเสียงกับผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส. แน่นอน ทั้งจังหวัดนราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราข และจะไปจังหวัสุราษฎร์ธานี ส่วนการหาเสียงที่โซนตะวันออก จะไปที่จังหวัดระยอง ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราดมาแล้ว
ขณะเดียวก้น นายอภิสิทธิ์ ขอรณรงค์อย่าทำลายป้ายหาเสีย พร้อมขอให้ทุกคนเคารพการรณรงค์ของทุกคน และทุกพรรค พร้อมกันนี้ ขอให้ กกต. ผู้สมัคร สส. และพรรคการเมือง ร่วมมือกันช่วยประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของการลงประชามติ เนื่องจากขณะนี้ประชาชนเกิดความสับสนในเรื่องดังกล่าว



















