“ชวน” ตั้งโต๊ะซัด “พิพัฒน์” คิดแบบธุรกิจการเมือง หวังผลกำไร ปมพาดพิงเลือกปฏิบัติ สอนใช้ทำเนียบฯโจมตีไม่เหมาะควรใช้แถลงผลงาน ยกบทเรียน ยุค “ทักษิณ” ปลุกคนใต้สั่งสอน “ภูมิใจไทย” เหมือน “ไทยรักไทย” ชวดสส.ใต้ไม่ได้แม้แต่คนเดียว ร่ายยาวผลงานถนน 4 เลนทั่วประเทศ - เบี้ยผู้สูงอายุ โวสนามบินตรัง ทำโกเกี้ยะนั่งไปดูด 2 สส.
วันที่ 7 ม.ค.69 เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงต่อกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย รณรงค์ให้คน 14 จังหวัดภาคใต้เลือกพรรคภูมิใจไทย โดยมีคำพูดที่ระบุถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ ว่า กรณีดังกล่าวตนกังวลว่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง เหมือนในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลือกปฏิบัติกับประชาชนที่เลือกพรรคไทยรักไทย ซึ่งตนถือว่าการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลที่ควรเป็นสถานที่เพื่อแถลงผลงาน แต่พาดพิงกรณีการเมืองนั้นไม่ถูกต้อง เป็นประเด็นที่ส่อขัดกับรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติที่ห้ามการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุผลทางการเมือง
“ในสมัยที่ตนเป็นนายกฯ การดำเนินนโยบายใดๆ มองภาพรวมเป็นสำคัญ ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ทำเฉพาะบางพื้นที่เหมือนที่นายพิพัฒน์ ระบุ ซึ่งท่านไปจังหวัดตรัง ไม่เกรงใจคนตรัง ทำให้คนตรังรู้ว่าไม่ให้เกียรติกันเลย ทั้งนี้ผมไม่เคยวิจารณ์ท่าน แต่เมื่อท่านพาดพิงถึงผมนั้นมีผลกระทบต่อการหาเสียง หากคนตรังเชื่อว่าผมไม่ได้ทำอะไร จะมีปัญหา ทั้งนี้จ.ตรัง ได้รับการพัฒนาเหมือนจังหวัดอื่น แต่ไม่เอาเปรียบคนอื่น เพราะไม่อยากให้คนด่าว่าเอางบประมาณส่วนรวม ไปทำบ้านของมันคนเดียว” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า การพัฒนาบ้านเมืองไม่ได้เจาะจงเรื่องถนนเท่านั้น เพราะสมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภาได้ ขอให้รัฐบาลขณะนั้น ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ดำเนินการพัฒนาจ.ตรัง ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้นักกการเมืองให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ระบอบประชาธิปไตยจะไปได้เมื่อเห็นว่ามีความยุติธรรม ไม่ใช่ไม่เลือกคนนั้นบ้านเมืองจะล้าหลัง หรือไม่เลือกคนนี้แล้วจะไม่ได้พัฒนา ดังนั้นต้องมองว่าใครเป็นรัฐบาลต้องมีหน้าที่พัฒนาทุกจังหวัดทั่วประเทศ
“ผมภูมิใจที่เป็นนายกฯ 2 สมัย ได้ทำหน้าที่ กระจายความเจริญ รวมถึงกระจายการศึกษา สำหรับภาพรวมผมมองว่าเรื่องสำคัญ คือ คน หากจำนวนคนลดลงเรื่อยๆ คุณภาพลดลง ยิ่งน่าเป็นห่วง ขณะที่ประเด็นกองทุน กยศ.ที่ผมริเริ่ม ตอนนี้เริ่มมีปัญหา เพราะคนไม่คืน ผมฐานะนักกรเมืองไม่ต้องไปหาเสียงว่าไม่ต้องคืนเงินกู้ยืม แต่เรียกร้องว่าใครกู้ขอให้คืน อีกทั้งไม่มีเบี้ยปรับ เงินสำคัญแต่ไม่สำคัญเท่ากับสร้างประชากรที่รับผิดชอบ หากประชากรลดลง และคุณภาพลดลง ประเทศเพื่อนบ้านที่ตามเราจะแซงเราไป” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า ไม่ว่าพรรคไหนได้เป็นรัฐบาลรอบหน้า อย่าใช้วิธีการเหมือนอย่างที่นายพิพัฒน์พูด ซึ่งประชาชนภาคใต้รับรู้ด้วยว่าหากทำเหมือนกับที่นายทักษิณทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับประชาชน จ.ตรัง ขอให้รับรู้ว่าตนพัฒนาจ.ตรัง เหมือน จ.อื่น ไม่มีข้อยกเว้น แต่ไม่เอาเปรียบใคร
เมื่อถามว่าจะมีการส่งเสริมให้นักการเมืองไม่เอาเรื่องงบประมาณมาหาเสียงเรื่องการพัฒนาพื้นที่ นายชวน กล่าวว่า โดยทั่วไปจะไม่มีการนำเรื่องงบประมาณ เรื่องการพัฒนามาพูด แต่รอบนี้มีนายพิพัฒน์พูดถึง ทั้งนี้โดยส่วนตัวตนรู้จึกนายพิพัฒน์ เคยเจอบนเครื่องบินตอนหาเสียง ทั้งนี้นายพิพัฒน์ เป็นนักธุรกิจที่มาทำงานนักการเมือง ดังนั้นทัศนคติจึงมองเป็นธุรกิจการเมือง มองกำไรขาดทุน เลือกถึงจะให้ นักการเมืองระบอบประชาธิปไตยทำไม่ได้ แต่นักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ที่จริงนักธุรกิจทำการเมืองที่ดีก็มีเยอะ แต่ความสำนึกความเข้าใจ หากมองว่าธุรกิจต้องกำไร มองว่าทำงานการเมืองต้องกำไร หากไม่เลือกก็ไม่จัดงบให้ ที่จริงไม่ใช่งบส่วนตัว เพราะเป็นงบหลวง
“ลักษณะนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ควรมีเพราะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 90 ปี สิ่งเหล่านี้ได้บทเรียนมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเคยได้บทเรียน ที่ไม่ได้สส.ใต้แม้แต่คนเดียว เพราะการรณรงค์เลือกพรรคที่แกล้งเรา หวังงว่าบทเรียนกนี้ทำให้พรรคการเมืองเรียนรู้และไม่เลือกปฏิบัติ” นายชวน กล่าว
เมื่อถามว่าถ้านายพิพัฒน์มาขอพูดคุยทำความเข้าใจจะว่าอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกัน นายพิพัฒน์ ก็ลงไปหาสส.เจอในเครื่องบินอยู่ ที่นายพิพัฒน์ มาพูดเช่นดี ตนคิดว่านายพิพัฒน์เป็นนักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ถ้าทัศนคติอาจจะมองไปแบบนักธุรกิจการเมืองที่เราเคยเห็น มองเรื่องจะต้องมีกำไรขาดทุน เมื่อลงทุนแล้ว ต้องได้ ดังนั้นเลือกถึงจะให้ ซึ่งความจริงได้นักการเมืองระบอบประชาธิปไตย จริงๆทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่นักธุรกิจที่มาทำงานการเมือง แต่ความจริงนักธุรกิจที่ทำงานการเมืองที่ดีก็มี ความสำนึก ความเข้าใจธุรกิจ และทำงานการเมืองก็ต้องเอากำไร ซึ่งความจริงเป็นงบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว การเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ควรจะมีเพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเข้า 90 กว่าปี สิ่งเหล่านี้พรรคไทยรักไทยได้บทเรียนมาแล้ว ไม่มีสส.ใต้แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากที่เรารณรงค์พรรคการเมืองจะได้เรียนรู้และไม่ใช่วิธีนี้ปฏิบัติ
เมื่อถามว่าการที่นายพิพัฒน์ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนกับนายทักษิณ แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้ที่นั่งใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ถ้าข้อมูลนี้ไปถึงชาวบ้านตนว่าเขาจะคิด เพราะเขาบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ตนว่าเรื่องนี้ จะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ความจริงตนก็ไม่มีอะไร ฉะนั้นท่านจะมาพาดพิงเรื่องอะไร ถ้าท่านไปหาต้นตอที่ตรังผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ว่าท่านทำเหมือนกับไม่ให้เกียรติคนตรัง แต่ท่านก็ไปพูดอย่างนี้ ไม่ไปว่าอะไร เจอก็ทักทายกัน
เมื่อถามย้ำว่า เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับที่ดีในภาคใต้ใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่าไม่ทราบว่าดีหรือไม่ดีแต่แนวปฏิบัติเรามีมามากแล้ว ท่านอาจจะไม่สามารถปรับเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้100% ท่านอาจมองเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องได้ประโยชน์ และต้องได้กำไรการเมืองจะคิดอย่างนั้นไม่ได้



















