วันจันทร์, กันยายน 23, 2024
spot_img
หน้าแรกHighlight‘อุ๊งอิ๊ง’นั่งนายกฯจุดเริ่มต้นโศกนาฎกรรม คุณสมบัติ‘ลูกนักโทษ’-หวั่นถูกล้มอีกครั้ง
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘อุ๊งอิ๊ง’นั่งนายกฯจุดเริ่มต้นโศกนาฎกรรม คุณสมบัติ‘ลูกนักโทษ’-หวั่นถูกล้มอีกครั้ง

“จตุพร” อ่านภาษากายแกนนำพรรคร่วมหนุน “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ เห็นแววตาไม่สดใส เต็มไปด้วยความกังวล ใบหน้าฝืนยิ้มเศร้าๆ ราวไปร่วมงานศพ คาดเป็นจุดเริ่มต้นโศกนาฎกรรมไทย หวั่นถูกล้มกระดานการเมืองอีกครั้ง สวนฟื้นเศรษฐกิจแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ รอเวลาพิสูจน์นายกฯ คนที่ 31 ที่มีคุณสมบัติแค่ลูกนักโทษ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า สถานการณ์เปลี่ยนตัวนายกฯ คนที่ 31 รวดเร็วต่อเนื่องตั้งแต่เย็น 14 ส.ค. แล้วมาลงตัวที่ให้ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลูกสาวสุดท้องของนักโทษทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกฯ คนใหม่ เท่ากับเป็นการตัดสินใจไปสู่จุดเริ่มต้นถูกล้มกระดาน และโศกนาฎกรรมทางการเมืองของไทยอีกครั้ง

อีกทั้งประเมินว่า อุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ จะทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่อย่างรวดเร็ว เพราะตัวตนของเธอมักมีปฏิกิริยาตอบโต้ฉับพลันกับฝ่ายตรงข้าม แล้วพ่อผู้ประกาศรักลูกจะออกมาช่วย นั่นเท่ากับเรียกแขกมารุมถล่มซ้ำอีก และการช่วยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้กลับบ้านยิ่งจะยากขึ้น

“อุ๊งอิ๊งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการล้มกระดานยกใหม่ โดยแววตาของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่มาแถลงหนุนให้เป็นนายกฯ นั้นหาความสุขไม่ได้เลย มีสีหน้าเหมือนไปงานศพ แต่ละคนฝืนยิ้ม บรรยากาศแถลงข่าวสำคัญไม่สดใส ภาษากายของผู้มาร่วมงานแสดงถึงความไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นกันอยู่”

พร้อมทั้งกล่าวว่า คนที่น่าสงสารอย่างมากคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อีกคนที่ถูกเรียกตัวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อเย็น 14 ส.ค.แล้วชูให้เป็นนายกฯ คนที่ 31 ราวกับเอาคนป่วยไปเป็นตัวล่อให้ถูกรุมกระทืบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในการเสนออุ๊งอิ๊ง ขึ้นเป็นนายกฯ ซึ่งคนทำเช่นนี้ช่างไร้ความจริงใจแบบมนุษย์สิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร กล่าวว่า คงต้องเผื่อใจไว้บ้างกับการตั้งนายกฯ คนที่ 31 เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แค่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงจากเย็นวันที่ 14 ส.ค. ถึงเย็นวันที่ 15 ส.ค.ที่มีการแถลงข่าวของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยถึง 2 คน ดังนั้น ก่อนถึงวันที่สภาลงมติเลือกในวันที่ 16 ส.ค.นี้ อาจเกิดเหตุฉับพลันให้เปลี่ยนตัวนายกฯ คนใหม่ขึ้นอีกก็ได้ ซึ่งใครจะไปรู้ อะไรก็เกิดขึ้นได้กับการเมืองไทย

ส่วนแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลถูกเรียกไปประชุมหาตัวนายกฯ คนใหม่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้านั้น นายจตุพร เชื่อว่า เข้าข่ายถูกนักโทษครอบงำทางการเมืองอย่างชัดเจน เพราะบ้านจันทร์ส่องหล้าไม่ใช่บ้านตามสภาพคนปกติอยู่อาศัย แต่เป็นบ้านที่นักโทษแจ้งไว้ขณะถูกคุมตัวและได้รับการพักโทษอาศัยอยู่

“การเรียกแกนำพรรคร่วมไปหารือที่บ้านจันทร์ส่องหล้าจึงเป็นการท้าทายกฎหมาย เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางการเมืองของนักโทษ ดังนั้น ถ้าวันที่ 16 ส.ค.ผ่านการเลือกนายกฯ ได้แล้ว หลังจากนั้น คงไม่อาจคาดคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้น แล้วต้องลุ้นกันอย่างสนุก เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงถึงความไม่นิ่งของสถานการณ์”

นายจตุพร ย้ำว่า การเปลี่ยนตัวนายกฯ เป็นอุ๊งอิ๊ง ไม่ได้เป็นความสำเร็จทางการเมืองและของบ้านเมือง กลับจะเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะครั้งใหม่ เพราะอารมณ์ของสังคมเพิ่มความไม่พอใจกับ 4 โครงการสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่พยายามผลักดัน คือ โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขายคอนโด 75% ต่างชาติอยู่นาน 99 ปี ตั้งบ่อนคาสิโน และลงทุนแลนด์บริดจ์ได้เช่าที่ดิน 3 แสนไร่นาน 99 ปี โดยยิ่งนานวันเข้ารัฐบาลเพื่อไทยกลับหาทางออกในโครงการเหล่านี้ยากเต็มทน

“อารมณ์ของประชาชนขณะนี้ไปเร็วและแรงมาก เป็นแรงเหวี่ยงที่คาดไม่ถึง เชื่อว่า หลังจากพรุ่งนี้ (16 ส.ค. สภาเลือกนายกฯ ใหม่ตามเวลานัด 10.00 น.) ถ้าเลือกนายกฯ สำเร็จ และอุ๊งอิ๊งได้เป็น (นายกฯ) เราจะเห็นอารมณ์ของประชาชนอีกรูปแบบหนึ่ง” นายจตุพร ประเมิน

อีกทั้งคาดว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมแถลงข่าวหนุนอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ คงไม่เห็นคุณสมบัติใดในตัวที่เหมาะสม นอกจากความเป็นลูกของทักษิณเท่านั้น จึงแสดงถึงความกังวลผ่านภาษากายในวันแถลงข่าวได้อย่างชัดเจน เท่ากับหวั่นไหวกับการประเมินอะไรผิดไปหรือไม่ ดังนั้น วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นของใครบางคนที่เสนอตัวนายกฯ คนใหม่ เป็นเธอคนนี้

นายจตุพร กล่าวว่า การเปลี่ยนตัวให้อุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ เป็นความคิดเพื่อตัวเอง เพราะส่วนหนึ่งต้องการรักษาอำนาจไว้ถ่วงดุลกับผลสอบของแพทยสภากรณีแพทย์ รพ.ตำรวจและราชทัณฑ์รักษานักโทษแล้วส่งตัวไปนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ นาน 6 เดือน จนได้พักโทษ ดังนั้น การคิดในลักษณะเอาแต่รักตัวเองจะลากให้พังรัฐบาลทั้งคณะ เมื่อความชอบธรรมได้สูญสิ้นไปแล้ว ความศรัทธาย่อมล้มเหลวลง

ส่วนอุ๊งอิ๊งจะมาฟื้นเศรษฐกิจนั้น นายจตุพร เปรียบเทียบว่า นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจมากกว่าอุ๊งอิ๊งเสียอีก ยังฟื้นเศรษฐกิจให้สำเร็จไม่ได้ แม้อุ๊งอิ๊งมีพ่อคอยหนุน คอยเป็นตัวช่วยอยู่เบื้องหลัง แต่พ่อยิ่งโผล่หน้าออกตัวมาช่วยมากเท่าไร ยิ่งเรียกแขกมาถล่มมากเป็นเท่าทวียิ่งขึ้น

“บัดนี้ความศรัทธา ความเชื่อมั่นของเพื่อไทย (และเจ้าของพรรค) ถูกทำลายไปตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลตระบัดสัตย์แล้ว ดังนั้น ถ้าใครคิดว่าอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ จะฟื้นเศรษฐกิจสำเร็จ เป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ต้องรอวันพิสูจน์ แต่โศกนาฏกรรมทางการเมืองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img