เปิดเบื้องหลัง “ภท.”คุย “พท.” สยบข่าวตกลง 5 เก้าอี้แค่ขอเข้าพบแสดงความยินดีและหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ ขณะที่สีน้ำเงินย้ำกำกับกระทรวงความมั่นคงและเศรษฐกิจทั้งระบบเดินหน้าสนองนโยบายปชช. พร้อมเปิดกว้างดีลทุกพรรค เชื่อคุย “กธ.-ปชป.” หลัง กกต.รับรองผล ด้านว่าที่ สส.ภท.อึดอัดพรรคเขียว หวั่น “เสี่ยหนู” ถูกยื่นศาลรธน.ตีความคุณสมบัติปมตั้ง รมต. ส่วนเก้าอี้ประธานสภาฯ ยังไม่นิ่ง หลังมีชื่อ “โสภณ” โผล่ตัวเลือก
วันที่ 16 ก.พ.69 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นเพียงการขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อพรรคภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงร่วมรัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวว่า เพื่อไทยเสนอ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองตามลำดับ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป
ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว แกนนำพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งกับแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยมีความประสงค์จะกำกับกระทรวงด้านความมั่นคง รวมถึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังเปิดโอกาสให้ทุกพรรคเข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพูดคุยหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการ
ดังนั้น กระแสข่าวว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะนั่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พร้อมกำกับกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ที่เร็วเกินไป รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล และสัดส่วนรัฐมนตรีต่างๆ จะพิจารณาหลังจากลงมติสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 193 คน เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ได้แจ้งสถานการณ์ว่า จะทยอยเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ที่ได้คะแนนตามลำดับจากมากไปน้อย โดยจะเชิญพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ แต่จะไม่เชิญพรรคประชาชน เนื่องจากแสดงเจตนาต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
โดยในที่ประชุมมีว่าที่ สส.ภูมิใจไทยหลายคนแสดงความอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะเกรงว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลหรือแกนนำของพรรคกล้าธรรมที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลงทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา
แหล่งข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก กรณีมีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่สส.บุรีรัมย์ ยังไม่มีข้อยุติ แม้ยอมรับว่า นายโสภณ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะมีความเก๋าเกมทางการเมือง เป็น สส.มานาน และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้ว แต่ภายในพรรคยังมี สส.คนอื่นที่มีความสามารถ ทั้ง สส.หลายคน ที่มีประสบการณ์ รวมถึง สส. ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภาฯมาหลายสมัย ยังเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสม รวมทั้งตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่ 1 ก็จะเป็นโควต้าพรรคด้วย โดยคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป




















