แพทองธาร ชินวัตร พร้อมสามีและทนายความ เข้าเยี่ยมทักษิณในเรือนจำกลางคลองเปรม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระบุสุขภาพยังแข็งแรง ยอมรับรู้สึกว่านาน หลังใกล้ครบกำหนดคุมขัง 6 เดือน ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” สามี ในฐานะตัวแทนครอบครัว เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมด้วย
การเข้าเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 45 ภายหลังนายทักษิณถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นระยะเวลา 5 เดือน 24 วัน และจะครบกำหนด 6 เดือนในวันที่ 9 มี.ค.นี้
บรรยากาศช่วงเช้า น.ส.แพทองธารและสามีเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวบริเวณประตูหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารอให้กำลังใจ เมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงได้ยิ้มและยกมือไหว้ทักทายผู้สนับสนุน ขณะที่มวลชนต่างตะโกนต้อนรับว่า “สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ นายกฯ อิ๊งค์คนสวย”
จากนั้นทั้งสองได้เข้าไปเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างเดินผ่านประตู 1 ทางเข้าภายในเรือนจำ นายปิฎกได้ยกมือซ้ายแตะบ่าขวาของน.ส.แพทองธารในลักษณะให้กำลังใจกัน

ด้าน นางเพ็ญ พินิจอักษร อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ จากกลุ่มพลังสตรีศรีสะเกษ เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร พร้อมเปิดเผยว่า ได้นำกรอบรูปภาพจำนวน 1 ชุด มามอบให้ น.ส.แพทองธาร โดยเป็นภาพที่สำนักข่าวจากประเทศญี่ปุ่นบันทึกภาพของตนขณะเข้าร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพฯ
นางเพ็ญกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนทำหน้าที่กองเชียร์จนถึงวินาทีสุดท้ายแล้ว แต่ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้กับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะในหลายพื้นที่มีผู้คนมาฟังการหาเสียงจำนวนมาก แต่คะแนนกลับไม่ออกตามที่คาดหวัง จึงเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้
ต่อมาเวลา 11.00 น. ภายหลังใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธารได้ออกมาเปิดเผยว่า การเข้าเยี่ยมวันนี้เป็นการอัปเดตชีวิตตามปกติ โดยสุขภาพของนายทักษิณยังแข็งแรงดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงวันที่ 9 มี.ค. ซึ่งจะครบกำหนดคุมขัง 6 เดือน น.ส.แพทองธารได้ก้มหน้าครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า รู้สึกว่านาน พร้อมระบุว่าครอบครัวได้ให้กำลังใจกันว่าอีกประมาณ 2 เดือนก็จะได้ออกแล้ว และหวังว่าจะช่วยให้ท่านมีกำลังใจในทุกวัน
ส่วนกรณีที่ถูกถามว่า น.ส.แพทองธารจะเป็นผู้อุปการะ และใช้บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นสถานที่คุมประพฤตินายทักษิณเหมือนเดิมหรือไม่นั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ต้องขอหารือกันอีกครั้ง
เมื่อถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่ได้คุยค่ะ”
ก่อนจะกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางขึ้นรถออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง.



















