หน้าแรกHighlight‘อภิสิทธิ์’เผยไม่คิดว่าจะได้กลับสภาฯอีก ‘ปชป.’พร้อมทำงานฝ่ายนิติบัญญัติเต็มที่

‘อภิสิทธิ์’เผยไม่คิดว่าจะได้กลับสภาฯอีก ‘ปชป.’พร้อมทำงานฝ่ายนิติบัญญัติเต็มที่

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อภิสิทธิ์” เผย ไม่คิดว่าจะได้กลับสภาอีก ลั่น พร้อมทำงานฝ่ายนิติบัญญัติเต็มที่ ยังไม่ชัดเจนร่วมรัฐบาล เชื่อ ภท. ทราบเงื่อนไขดี หวัง ตั้งรัฐบาลเสร็จโดยเร็ว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาประเทศ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน ทั้ง เศรษฐกิจ-พลังงาน

วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่ 9 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. บรรยากาศยังคงคึกคัก โดยในเวลา 09:30 น. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พาสส.เขตและสส.แบบบัญชีรายชื่อเข้ารายงานตัว เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช , นางการดี เลียวไพโรจน์ , นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายสกลธี ภัททิยกุล , นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี และ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา เขต 2

ภายหลังเข้ารายงานตัวนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสส.บัญชีรายชื่อ ได้พานายอภิสิทธิ์และคณะสส. เดินชมสำรวจอาคารรัฐสภา เนื่องจากนายอภิสิทธิ์มารัฐสภาแห่งใหม่ในฐานะ สส. ครั้งแรก

ซึ่งระหว่างทางได้เจอนักเรียนที่มาศึกษาดูงานที่รัฐสภา ซึ่งกลุ่มนักเรียนได้ขอถ่ายภาพเซลฟี่กับนายอภิสิทธิ์และพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเดินสำรวจต่อ โดยเริ่มที่ห้องแถลงข่าวเป็นที่แรก หลังจากนั้นพาขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ห้องรับประทานอาหารของ สส.และห้องประชุมใหญ่สุริยัน โดยนายชัยชนะได้อธิบายเส้นทางให้นายอภิสิทธิ์ฟัง ว่าสามารถใช้บันไดเลื่อนทางไหนได้บ้าง ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่าชี้ช่องให้หัวหน้าพรรคหนีนักข่าวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวติดตลกว่า นี่เขารับจ้างทำทัวร์นะ

ต่อมาเวลา 10.20 น.นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า การเดินทัวร์สภา เพราะพาเด็กใหม่อย่างตนเองที่ไม่เคยทำงานที่นี่ไปดูสถานที่ทำงาน ซึ่งความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาหลังจากห่างหายไปหลังจากห่างหายไปนาน ก็ต้องสารภาพตามตรง ปีที่แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาบรรยากาศแบบนี้ วันนี้ก็ตั้งใจเต็มที่ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตั้งใจทำงานมาเกือบตลอดชีวิต และเป็นงานที่ชอบมากที่สุดในแง่การเมือง คือ งานของสภา

ส่วนความชัดเจนในการเทียบเชิญเข้าร่วม นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร เราก็ฟังจากนายกรัฐมนตรี  ซึ่งจะรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ส่วนพรรคเราก็เดินหน้าในฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาล ก็มีหน้าที่สำคัญในการผลักดันกฎหมาย โดยเฉพาะนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ แต่ความจริงแล้วอยากให้กระบวนการทุกอย่างกระชับ เนื่องจากสถานการณ์ของโลก และบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบาย และการเข้าบริหารราชการแผ่นดิน เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้มีเรื่องที่ประเทศ ต้องรับมือกับภาวะโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะสามารถทำได้ แต่การเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ถึงทิศทางเศรษฐกิจ และการบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ถ้ามีรัฐบาลอำนาจเต็ม จะสามารถแก้ปัญหา และเรียกความเชื่อมั่นได้มากกว่า ส่วนตัวมองว่า เรื่องการต่างประเทศยังไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคยพูดไปถือ ว่า เป็นท่าทีที่เหมาะสม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายหากกระบวนการกลับเข้าสู่สันติภาพ ไม่ต้องการให้เรา หรือ ประเทศในภูมิภาคถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ การทำให้เกิดความชัดเจน ประชาชนสบายใจ ทั้งในแง่พลังงาน และทางเศรษฐกิจ ว่า จะมีแนวทางอย่างไร แม้จะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีพูดชัด ว่า มีรัฐมนตรีหลักหลัก 3 – 4 คน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง จึงอยู่ในฐานะที่สังคมมีความมั่นใจมากขึ้น

สำหรับสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า เป็นมารยาททางการเมือง เราไม่ถึงขั้นปฏิเสธหรืออะไร แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยทราบอยู่แล้ว ว่า จุดยืนของพรรคถ้าจะเข้าร่วมรัฐบาล ต้องยึดถือสิ่งที่เราเคยพูดกับประชาชนไว้ ว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ส่วนกรณีที่กองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน และไม่สนับสนุน ในการร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ากองเชียร์ไม่หลากหลายก็คงไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นเรื่องธรรมดา เรา สส. ก็รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย เราเป็นพรรคที่ชัดเจนที่สุดในข้อบังคับ ว่า ผู้ตัดสิน คือ ที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรค และ สส.

ขณะที่การเมืองหลังจากนี้จะมีความราบรื่นหรือไม่ เพราะมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองอยากเห็นการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็ต้องยอมรับว่า การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความไม่เรียบร้อยค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นต้องสะสาง และทำให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้า

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าว ว่า จะมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นมารยาททางการเมืองที่พรรคที่จัดตั้งรัฐบาลจะพิจารณาเสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธาน เมื่อถึงวันนั้นเราก็ทำหน้าที่พิจารณา แต่ไม่จำเป็น ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยกมือสนับสนุนนายโสภณเป็นประธานสภา ต้องยกมือให้กับนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img