หัวหน้าพรรคไทรวมพลังรับหนังสือรับรอง สส.จาก กกต. ชูเหนือศีรษะย้ำอำนาจประชาชน ระบุพรรคมี 6 เสียงแม้ไม่มากแต่สะท้อนเสียงชายแดนในสภา ยืนยันไม่รีบวิ่งหาอำนาจ รอคำเชิญร่วมรัฐบาลจากนายกฯอย่างเป็นทางการ พร้อมห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จาก กกต. โดยระหว่างการรับหนังสือได้ชูหนังสือรับรองเหนือศีรษะขณะถ่ายภาพ พร้อมกล่าวว่า ตำแหน่ง สส.เป็นอำนาจสูงสุดที่ประชาชนและวีรบุรุษทหารกล้ามอบให้
นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ตนมาจากพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี และจะไม่มีวันลืมวีรบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินไทย แม้จะได้รับคะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อไม่มากเท่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ทำให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ชายแดนมีน้ำหนักมากขึ้นในสภา โดยในฐานะหัวหน้าพรรค อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชายแดนหรือพืชผลทางการเกษตร ตนจะไม่ลืมผลักดันอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงความชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายวสวรรธน์ กล่าวว่า พรรคไทรวมพลังมี สส. 6 คน แม้จำนวนไม่มาก แต่ต้องการให้การร่วมรัฐบาลเป็นกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม และต้องดำเนินไปตามมารยาททางการเมืองที่ถูกต้อง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นฝ่ายเชิญพรรคเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
นายวสวรรธน์ กล่าวต่อว่า พรรคไทรวมพลังต้องการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองรูปแบบใหม่ ไม่ต้องการให้พรรคเล็กถูกมองว่ารีบร้อนวิ่งเข้าหาอำนาจเพื่อไปต่อรองผลประโยชน์หรือเก้าอี้รัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าพรรคจะยืนหยัดในศักดิ์ศรีที่ประชาชนมอบให้
“ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันแบบไม่เป็นทางการ ทุกพรรคการเมืองสามารถทำงานร่วมกันในสภาได้ หากรัฐบาลดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เราก็พร้อมสนับสนุน ส่วนฝ่ายค้านก็สามารถทำงานร่วมกันได้เช่นกัน เราอยากเห็นพรรคการเมืองที่ไม่วิ่งเข้าหาอำนาจเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ถึงแม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่เราจะยืนหยัดในศักดิ์ศรีที่มาจากประชาชน” นายวสวรรธน์ กล่าว
เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่มีความตึงเครียดมากขึ้น และมีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า รอบนี้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมฝากให้รัฐบาลอย่าลืมทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยาที่บางรายยังไม่ได้รับ
ทั้งนี้เห็นว่าประเทศมีงบประมาณเพียงพอ ไม่ควรรอเพียงการบริจาคจากภาคประชาชน แต่ควรใช้งบกลางช่วยเหลือทหารชั้นผู้น้อย และผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณประจำในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570–2571 เพื่อดูแลกำลังพล จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวสวรรธน์สวมเสื้อไหมสีน้ำเงินมาร่วมงาน เมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวชื่นชมว่าเสื้อสวยดี เจ้าตัวระบุว่าเป็นผ้าพื้นเมืองของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ และเลือกสีน้ำเงินเพราะเห็นว่าสวยที่สุด
เมื่อถูกถามว่า การสวมเสื้อสีน้ำเงินเป็นการส่งสัญญาณพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายวสวรรธน์หัวเราะก่อนกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ส่วนตนเลือกใส่เสื้อสีน้ำเงินเพราะเห็นว่าสวยดี ไม่ได้เป็นสายมูหรือใส่เพื่อเคล็ดอะไร และต้องรอฟังท่าทีจากนายกรัฐมนตรีต่อไป



















