หนังคนละม้วน! “กรณ์” อัดยับรัฐบาลเกียร์ว่าง ปล่อยสิงคโปร์สั่งเช็กบิลยึดทรัพย์กองทุนดัง 4 พันล้าน แต่ฝั่งไทยกลับปล่อยให้หุ้นมีพิรุธถูกเทขายหนีการอายัดได้หน้าตาเฉย ลั่น “จะเกาะติดไม่ปล่อย” พร้อมไล่บี้รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล ตอบคำถามประชาชน ใครต้องรับผิดชอบ
วันที่ 10 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ทางการสิงคโปร์สั่งเช็กบิลเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ จับกุมผู้บริหารกองทุน Capital Asia Investments (CAI) อายัดทรัพย์จำนวนมากกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท)ว่า พรรคเคยเตือนล่วงหน้า 4 เดือนแต่หน่วยงานไทยกลับ “เกียร์ว่าง” ปล่อยหุ้นพิรุธล่องหนเกลี้ยงพอร์ต ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา สถาบันการเงินสิงคโปร์ (MAS) และตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ได้โชว์ผลงานกวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกรรมในตลาดหุ้นไทย โดยพรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นหนังสือเตือน ก.ล.ต. และ ปปง. ไปตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 68 ให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลอย่าง เบน สมิธ แคทรียา บีเวอร์ และกองทุน CAI แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ จนกระทั่งสิงคโปร์ชิงลงมือก่อน
“ประเด็นที่น่าตกใจที่สุดคือการเคลื่อนไหวของหุ้น BCPG ซึ่งเดิมกองทุน CAI ถืออยู่กว่า 168.4 ล้านหุ้น (5.62%) แต่ข้อมูลล่าสุดวันที่ 5 มี.ค. 69 กลับพบว่าเหลือเพียง 21.2 ล้านหุ้น (0.71%) เท่ากับมีการ “เทขาย” หนีการตรวจสอบไปเกือบ 140 ล้านหุ้น ทั้งที่ควรถูกอายัดไว้ตั้งแต่มีสัญญาณเตือน พรรคเตือนแล้วว่าทรัพย์สินจะถูกยักย้าย แล้ววันนี้มันก็เกิดขึ้นจริง คำถามคือหน่วยงานรัฐไทยทำอะไรอยู่” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า ตนขอตั้งคำถามถึง ก.ล.ต.-ปปง. และรัฐบาล ว่าทำไมไม่ขยับ ทั้งที่มีหลักฐานชัด และสิงคโปร์พิสูจน์แล้วว่าผิดจริง ปล่อยให้ผู้ร้ายขนเงินหนีได้อย่างไร จะชดเชยคนไทยที่เสียหาย เมื่อไหร่ อย่างไร
“ยืนยันว่า พรรคฯจะเกาะติดเรื่องนี้ไม่ปล่อย เพราะความเสียหายจากการหลอกลวงประชาชนสูงถึง 1.15 แสนล้านบาทต่อปี หากหน่วยงานกำกับดูแลยังปล่อยเกียร์ว่างแบบนี้ ความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยคงพังทลายไม่เหลือชิ้นดี”นายกรณ์ กล่าว



















