‘โต๋ ศุภโชติ’ ตั้งคำถาม “กองทุนน้ำมันเป็นหนี้” รัฐบาลกำลังจะกู้เพื่อช่วยประชาชน หรือ ช่วยนายทุนพลังงานกันแน่! หลังค่าการกลั่นพุ่ง! จาก 2 บาทเป็น 6 บาท
วันที่ 12 มี.ค.69 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า
[กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ รัฐบาลกำลังจะกู้เพื่อช่วยประชาชน หรือช่วยนายทุนพลังงานกันแน่?]
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านพลังงาน ขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลเลือกใช้มาตรการ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนราคา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราเงินอุดหนุนดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแตะระดับเกือบ 17 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฐานะกองทุนซึ่งเมื่อต้นเดือนยังเป็นบวกอยู่ กลับพลิกเป็น ติดลบภายในเวลาไม่นานและเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการกู้เงิน หรือเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมัน เพื่อเดินหน้าตรึงราคาต่อไป
ถึงแม้มาตรการตรึงราคาน้ำมันย่อมช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนได้จริงในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามสำคัญตามมาว่า เงินจากกองทุนน้ำมันที่กำลังถูกใช้ไปนั้นหลักพันล้านบาทต่อวันได้ถูกนำไปช่วยประชาชนเต็มที่จริง หรือกำลังถูกใช้เพื่อพยุงโครงสร้างราคาพลังงานที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มด้วย โดยล่าสุดอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้
เพราะถ้าเราไปดูกลุ่มผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง มีการคิดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ก่อนวิกฤตคิดแค่ ลิตรละ 2 บาท แต่พอเกิดวิกฤติกลับคิดค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 6 บาท เพิ่มขึ้น 3 เท่า ทั้ง ๆ ที่ น้ำมันที่เอามากลั่นช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่จากสต็อกเก่าที่ซื้อไว้ก่อนหน้าทั้งนั้น ดังนั้น รัฐบาลควรคิดน้ำมันที่ลิตรละ 2 บาทเหมือนเดิมในกรณีที่ราคาน้ำมันยังเป็นของเก่า
.
คำถามคือในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดวิกฤตทางด้านราคาพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยอมให้บริษัทพลังงานทั้งหลายตักตวงผลประโยชน์จากพี่น้องประชาชนอย่างนี้หรือ? ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีการคิดค่าการกลั่นในราคาเท่าเดิม หรือคิดค่าน้ำมันที่อยู่ในสต็อกเก่าที่ลิตรละ 2 บาทตามเดิม ประเทศก็จะสามารถลดการพึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันได้ถึงประมาณ 300 ล้านบาทต่อวัน
รัฐบาลควรจะยืนหยัดเพื่อประชาชน ใช้อำนาจเรียกบริษัทค้าน้ำมันต่าง ๆ ให้นำข้อมูลมากางว่ามีใครได้กำลังเอาเปรียบประชาชนในเวลานี้หรือไม่ ตั้งแต่ค่าการกลั่นน้ำมัน ค่าการตลาด หรือแม้แต่การลักลอบนำน้ำมันไปขายในอัตราที่สูงกว่าปกติเหมือนที่เราเห็นกับปั๊มรายย่อยหรือไม่
หากพบว่ามีการทำกำไรสูงผิดปกติจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก รัฐบาลก็ควรพิจารณามาตรการที่หลายประเทศใช้ เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax) จากผู้ประกอบการพลังงาน เพื่อนำเงินกลับมาช่วยลดภาระของประชาชน



















