“ปิยะศิริ” เลขา ศอ.บต. เข้าพบนายกฯ รับนโยบายแก้ปมไฟใต้ ยันชัดเหตุรุนแรงพุ่งไม่ได้เกิดจากช่วงสุญญากาศการเมือง แต่อยู่ที่ปัจจัยพื้นที่ป่าเขา พร้อมส่งสัญญาณแรงถึงกลุ่มก่อเหตุผ่านคณะพูดคุยสันติสุข ย้ำเงื่อนไขเดียว “ประชาชนต้องปลอดภัย” ก่อนเดินหน้าโมเดลเศรษฐกิจเยียวยาความทุกข์คนพื้นที่
วันที่ 3 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาศอ.บต. เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้เรียกมาหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนเรื่องของการรักษาความปลอดภัย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าดูแลอยู่แล้ว แต่เรื่องการเยียวยาเป็นสิ่งที่ ศอ.บต. รับผิดชอบปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ ก่อนย้ำว่าวันนี้จะมีการพูดคุยการพัฒนาหรือการแก้ไขยุทธศาสตร์ภาคใต้กับเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ส่วน ศอ.บต.จะดูเรื่องแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการศึกษา รวมไปถึงการเยียวยา และ ศอ.บต. ก็มีโมเดลที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอให้นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายสำคัญบางเรื่องด้วย
เมื่อถามว่าสิ่งที่นำมาเสนอจะมีส่วนกำหนดในนโยบายรัฐบาลหรือไม่ เลขา ศอ.บต. ปฏิเสธพร้อมระบุว่านโยบายรัฐบาลมีอยู่แล้ว เรามีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งโดยหลักแล้วทำอย่างไรก็ได้ ให้ประชาชนยิ้มได้และลดความทุกข์นั่นคือโจทก์ จากนี้ ศอ.บต. จะต้องไปดูเรื่องเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหา เมื่อถามว่ามีอะไรจะเสริมนายกรัฐมนตรีเรื่องการแถลงนโยบายด้านความมั่นหรือไม่ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลเรื่องปัญหาชายแดนใต้ เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และยาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งอาจจะมีการเสนอทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งวันนี้เลขาธิการป.ป.ส. จะร่วมด้วย
เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่หากเอาการเมืองนำการทหารในการดูแลพื้นที่ภาคใต้ เลขา ศอ.บต. กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นผู้รับ แต่เข้าใจว่าการพัฒนาต้องควบคู่กับการทหารและเรื่องทางกฎหมาย เพราะเชื่อว่าการพัฒนาสุดท้ายแล้วจะนำพาความเจริญและความสุขนี่คือหน้าที่ของ ศอ.บต.
เลขา ศอ.บต. ยังระบุว่า ในพื้นที่มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นไม่ได้ประมาท เพียงแต่ในพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่เพียงพื้นที่เมืองอย่างเดียวหากเห็นว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าเขาซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน
เมื่อถามว่าที่เกิดเหตุถีในช่วงนี้เป็นเพราะช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใช่หรือไม่ เลขา ศอ.บต. ยืนยันว่าไม่ใช่เพราะปัจจัยในการเกิดเหตุมีหลายสาเหตุ พร้อมยืนยันว่าในพื้นที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างแน่นอน ขณะมาตรการรับมือช่วงสงกรานต์นั้น ขณะนี้กอ.รมน.และจังหวัดมีการซ้อมแผนรองรับเผชิญเหตุเช่นนี้อยู่แล้ว ซึ่งเข้าใจว่าไม่อยากให้เกิดและมีการดำเนินการเป็นพิกัด นอกจากนี้ขณะนี้ยังดูเรื่องของอุบัติเหตุเป็นหลักและในช่วงกลางคืนกองกำลังทหารและตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ก็มีการเพิ่มความเข้มงวดไม่อนุญาตให้ลาพัก และรวมไปถึงข้าราชการที่เป็นตำแหน่งหลักทั้งหมดด้วย
เลขา ศอ.บต. ยังระบุว่าการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ เป็นเรื่องของศุลกากรและตำรวจแต่ศอ.บต. ดูเรื่องพัฒนา ซึ่งยอมรับว่าในภาคใต้มีปัญหาเรื่องน้ำมันอยู่บ้าง โดยทางดีเอสไอได้ลงพื้นที่ไปแล้วและจังหวัดก็ลงพื้นที่สุ่มตรวจฉะนั้นเรื่องภาวะการกักตุนไม่น่าจะมีปัญหา
เมื่อถามว่ายังจำเป็นต้องมีคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้หรือไม่ เพราะ หลายคนวิจารณ์ว่าไม่มีความต่อเนื่อง นายปิยะศิริ ยอมรับว่า ทุกอย่างต้องจบที่การเจรจา และเขาก็มีมาโดยตลอด ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยฯ แต่ในมุมของตนดูทำเรื่องการผลักดันการลดอุปสรรคของการพัฒนา ไม่ได้มีส่วนในมิติการก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายตรงข้ามว่าต้องมีพื้นที่ปลอดภัยเพราะเงื่อนไขคือประชาชนต้องปลอดภัยแล้วคุณจะทำอะไรก็ทำ



















