“อภิสิทธิ์-พริษฐ์” แท็กทีมทวงหนังสือแจ้งเหตุจำเป็น ชี้ข้อบังคับสภาต้องศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เปิดช่องให้รัฐมนตรี “หนีสภา” ไปเรื่อยๆ ขณะที่ประธานโสภณยันวินิจฉัยตามแนวปฏิบัติเดิม เมินแสดงหลักฐานทำเอาสภาตึงเครียดหนัก
เมื่อวันที่ 30เม.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังจบการพิจารณากระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรื่องน้ำมัน ซึ่งนายกฯมอบหมายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ในฐานะรมว.คมนาคม มาชี้แจง แต่นายพิพัฒน์ ไม่สามารถมาตอบแทนได้ จึงได้มอบหมายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม มาตอบกระทู้ถามดังกล่าวแทน
ซึ่งนายณัฐพงษ์ ได้ฝากประเด็นคำถามเจาะจงไปที่นายกฯ หรือรมว.คมนาคม ให้มาตอบชี้แจงในการประชุมฯคราวหน้าด้วยตัวเอง กรณีการกักตุนน้ำมัน เชื่อมโยงกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ และเสี่ย ต. เพื่อนของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะจัดการอย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติ2มาตรฐาน เพราะเป็นหัวจ่ายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย
ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า กระทู้ถามสดต้องการให้นายกฯ และรัฐมนตรี มาตอบด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นมิอาจเลี่ยงได้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ พร้อมบอกจะมาตอบกระทู้เมื่อใด ดังนั้นต่อไปหากนายกฯมาตอบกระทู้ไม่ได้ ให้ประธานสภาฯแจ้งเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ว่า เป็นภารกิจใด สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์ ต้องมีรายละเอียดเหตุจำเป็นคืออะไร ให้สังคมรับรู้
ขณะที่นายโสภณ ชี้แจงว่า การเลื่อนกระทู้ถามสดดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ทำมา กรณีนายอภิสิทธิ์หยิบยกเป็นกรณีกระทู้แห้ง สามารถเลื่อนตอบได้ ถ้าต้องการให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ
นายอภิสิทธิ์แย้งว่า สิ่งที่พูดอยู่ในข้อบังคับประชุมสภาข้อ151 หมวดกระทู้ทั่วไป การอ้างปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร แต่ไม่มีการตรวจสอบก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ แก้ไปไม่เกิดประโยชน์ ต้องการให้เกิดความโปร่งใส ภารกิจจำเป็นคืออะไร มีหลักฐานใด ไม่ส่งเสริมนายกฯ และรัฐมนตรีหนีสภาไปเรื่อยๆ

จากนั้นนายโสภณต่อว่า ได้ประสานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหารือพรรคการเมืองปรับปรุงข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคการทำงาน ต้องยอมรับข้อบังคับที่เขียนไว้ สมาชิกไม่ได้ปฏิบัติตาม ทำให้การวินิจฉัยประธานมีปัญหา
ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ขอความร่วมมือฝ่ายค้านแจ้งตัวบุคคลจะตั้งกระทู้ถามสดล่วงหน้าวันจันทร์หรือวันอังคาร เพื่อประสานรัฐมนตรีมาตอบกระทู้
แต่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แย้งว่า ข้อบังคับระบุชัด หากนายกฯและรัฐมนตรีจะมอบให้ใครตอบกระทู้แทน ต้องมีเหตุจำเป็นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และแจ้งเหตุเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ ก่อนหรือวันประชุมสภา ดังนั้นหนังสือแจ้งเหตุจำเป็นต้องอยู่ในมือประธานสภาฯแล้ว เพื่อความบริสุทธิ์ใจประธานสภาฯต้องนำหนังสือนี้เผยแพร่ให้สมาชิกเห็น อย่าทำเอกสารย้อนหลัง ให้เอามาอ่านไม่ให้เกิดข้อกังขา

นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนที่ประธานวิปรัฐบาลให้ฝ่ายค้านแจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้สดใครตั้งแต่วันจันทร์นั้น กระทู้สดเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าประชาชน บางครั้งความเดือดร้อนเกิดจากมติครม.วันอังคาร จะให้ฝ่ายค้านรู้ว่าจะถามใครก่อนมติครม.วันอังคารเป็นไปได้ยาก แต่ขอแจ้งตั้งแต่วันนี้ว่า สัปดาห์หน้าจะตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี แจ้งล่วงหน้า 1สัปดาห์ จะรอดูจะมาตอบหรือไม่ หรือนายกฯจะใช้คติว่า ถ้าว่างแล้วจะมาตอบ
ภายหลังนายพริษฐ์อภิปรายจบ นายโสภณพยายามตัดบทเข้าสู่วาระกระทู้ถามสดเรื่องต่อไป แต่นายพริษฐ์ไม่ยอม ถามหาหนังสือแจ้งเหตุจำเป็น ไม่มาตอบกระทู้ของนายกฯ นายโสภณชี้แจงว่า แนวปฏิบัติกระทู้ถามสดทำเช่นนี้มาตลอด จะมาคาดคั้นเอาเป็นเอาตายวันนี้ไม่ถูก บางครั้งเพื่อความเรียบร้อยการประชุมก็อะลุ้มอะล่วยเหมือนการปฏิบัติที่ผ่านมา แต่นายพริษฐ์ยังทวงหนังสือดังกล่าวจนนายโสภณต้องตัดบทว่า เรื่องหนังสือไม่ใช่จะมาเอาในเวลานี้ คำวินิจฉัยประธานเป็นที่สิ้นสุด ก่อนจะให้เข้าสู่กระทู้ถามสดเรื่องต่อไป



















