“อนุทิน”ประกาศสงครามแก๊งคอล-บ่อนเถื่อน! ลั่นใครใหญ่ก็เคลียร์ไม่ได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกฯ นำทัพแถลงผลกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ-สวมสัญชาติ ยันรัฐบาลเอาจริงสั่งเช็กบิลถึงต้นตอ ขู่เจ้าของโรงแรม-อาคารปล่อยเปิดบ่อนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตทันที ลั่นไม่ขอรวยจากเงินบาป ขอทำหน้าที่เพื่อชาติมีค่ากว่าเงินทอง!

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ว่า เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลและหน่วยงานในสังกัด ที่ต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

ขบวนการเหล่านี้ไม่ได้แยกกันทำ แต่มีความเกี่ยวเนื่อง สนับสนุนกัน เชื่อมโยงได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนใหญ่คือแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงิน ขนของเถื่อน และบ่อนการพนัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด ดังนั้น ที่บอกว่าจะไปเจอคนนั้นคนนี้ที่มีอิทธิพล มีชื่อเสียง มีเงิน มีอำนาจต่าง ๆ ทีมที่ตนมอบหมายให้ปฏิบัติการตามนโยบายรักษาความสงบของชาติ และนโยบายจัดระเบียบสังคม รวมถึงการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนมีการติดตามสอบถามอยู่ตลอด ไม่ใช่มอบนโยบายไปแล้วไม่ติดตาม และไม่ได้เชื่อข้อมูลจากใครเพียงคนเดียว แต่มีการตรวจสอบทั้งคนในวงจรและนอกวงจร โดยมีทีมคอยประเมิน พบว่าฝ่ายบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดมีความสบายใจ และเต็มใจในแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่มีความกังวล

ตนได้แสดงให้ทีมเห็นหลายครั้ง โดยร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติการจับกุมการกระทำผิดกฎหมายเหล่านี้อยู่ตลอด และทุกครั้งที่ลงพื้นที่จะมีการประสานงานทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อทีมงานเห็นว่าเมื่อทำผิดแล้วไม่สามารถเคลียร์ได้ ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่จนจบกระบวนการ ซึ่งทุกรายถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงกับการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดมีการจับกุมบ่อนพนันรูปแบบใหม่ตามโรงแรมในต่างจังหวัด จึงฝากเตือนผู้ประกอบการว่า หากเกิดกรณีลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรม ร้านอาหาร อาคาร หรือบ้าน หากปล่อยให้มีการเปิดบ่อนหรือซ่องสุมทำผิดกฎหมาย จะถือว่ามีความผิดร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หากสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย ใบอนุญาตจะถูกเพิกถอน และถูกดำเนินคดี ซึ่งไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนมา

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีการเคลียร์ หรือใช้อามิสสินจ้างใด ๆ ในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ เราไม่จำเป็นต้องร่ำรวยจากสิ่งผิดกฎหมาย แต่การทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ มีคุณค่ามากกว่าเงินทองใด ๆ” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึงการทุจริตสวมตัว นายกฯ กล่าวว่า มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ และขยายผลจนพบอีกหลายพันกรณี ขณะนี้พอทราบเครือข่ายของกระบวนการเหล่านี้แล้ว เชื่อว่าจะไม่สามารถกระทำในรูปแบบเดิมได้ง่ายอีก

เมื่อถามต่อว่าจะมีการถอนสัญชาติกลุ่มดังกล่าวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีการดำเนินการทุกมาตรการ ทั้งการถอนสัญชาติ การยึดทรัพย์ รวมถึงกรณีการใช้บุคคลเป็นนอมินี หรือทำธุรกรรมใด ๆ จะถือว่าธุรกรรมนั้นเป็นโมฆียะ ไม่มีผลทางกฎหมาย

ส่วนการติดตามจับกุมเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและตำรวจ ขณะที่การยึดทรัพย์เป็นหน้าที่ของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ทำงานร่วมกัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img