“อาสพลธ์ ”ประธานกมธ.ปปช.สภา ชูธงทำงานปราบทุจริต 4 ด้าน พร้อมทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชันทุกภาคส่วน เชิญ 5 หน่วยงานรัฐ-เอกชน อัปเดตข้อมูลคณะกรรมาธิการฯ 28 พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะ กมธ.ป.ป.ช ครั้งที่ 2 ได้แถลงวิสัยทัศน์และหลักการทำงาน 5 ประการ ได้แก่ 1.ทำงานบนข้อเท็จจริงและกระบวนการ โดยอาศัยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ ภายใต้กระบวนการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่อิงกระแสสังคมหรือแรงกดดันที่ขาดข้อเท็จจริงรองรับ 2.เคารพขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย คณะกรรมาธิการฯขอใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ พ.ศ.2562 และพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาฯและวุฒิสภาฯ พ.ศ.2568 อย่างเคร่งครัด
3.มุ่งผลลัพธ์ที่วัดผลได้ ทุกแผนกของคณะกรรมาธิการฯจะมีตัวชี้วัด(KPI) และจะรายงานต่อสภาและสาธารณะตามรอบเวลาที่กำหนด 4.ทำงานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วน คณะกรรมาธิการฯจะประสานความร่วมมือกับ ป.ป.ช สตง. ป.ป.ท สำนักงานอัยการสูงสุด กรมบัญชีกลาง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ศูนย์ความรู้เพิ่อต่อต้านคอร์รัปชัน จุฬาฯ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม โดยใช้กลไกของสภาฯ และ 5.สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและมาตรฐานสากล ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯจะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเข้าเป็นสมาชิก OECD

ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวด้วยว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.จะทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ 1.พิจารณาศึกษาและพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยทำงานร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ภาควิชาการ และภาคีอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของชาติ 2.สอบหาข้อเท็จจริงและเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่หรือการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยให้ความสำคัญต่อเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับกระทบอย่างร้ายแรง และเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างมีนัยสำคัญ 3.ตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบทั้งหมดมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายของชาติ และ 4.สร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วม ของภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยใช้กลไกของสภา เปิดเวทีหารือและประสานความร่วมมือกับเครือข่ายภาคีต่าง ๆ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.วันที่ 28 พ.ค.69 ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีข้อมูลและความเห็นที่ครบถ้วน หน่วยงานที่เชิญมาร่วมประชุม ประกอบด้วย 1.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้แก่ คุณสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณศุภฤกษ์ ชมชาญ ที่ปรึกษา และ คุณปิยดา พุดลา เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและธรรมาภิบาล 2.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แก่ ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 3.สมาคมธนาคารไทย ได้แก่ คุณวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย 4.ฝ่ายวิชาการ ได้แก่ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณปานชนก ชูหนู นักวิเคราะห์นโยบาย (TU) และ คุณกุลรชา ธนาศิวนันท์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กร (tu) และ 5.สำนักงาน กกร. ได้แก่ คุณธณิชา ตรีพล เจ้าหน้าที่จัดประชุมภายในประเทศ และ คุณประกายมาศ เหลาโพธิ์ เจ้าหน้าที่จัดประชุมภายในประเทศ.



















