‘ศุภณัฐ’ปูดปมถนนยุบหน้าวชิระพยาบาล ซัดผลสอบอืด-หลุดอุ้ม‘ซิโน-ไทย’พ้นผิด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สส.ปชน.” บี้ตามจิกบิ๊กโปรเจกต์รัฐ! จวกไม่ยอมยกเลิกสัญญา “อิตาเลียน-ไทย” ทำผิดพลาด “เครนถล่มสีคิ้ว” ลามโยง “ตึกสตง.ถล่ม” ซัดพูดเอาหน้า มั่ว  สร้างภาพ หาเสียง เหน็บสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ ระวังกลายเป็นตัวตลกของสังคม ปูด “ซิโน-ไทย” ผลสอบอืด ซ้ำยังรอดบ่วงไม่ผิดปม “ถนนยุบหน้าวชิระ” ด้าน “สิริพงศ์” ถามกลับไปได้ข้อมูลวงในจากไหน ยกเคสเทียบแซะกลับ บางคนเอี่ยวเทายังรับรองให้ลงสมัครสส.ได้ ยันทำทุกอย่างตามก.ม.กำหนด ตรงไปตรงมา

วันที่ 28 พ.ค.2569 เวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เรื่องแนวทางการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ตั้งถามนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายกฯมอบหมายรมว.คมนาคมมาตอบชี้แจง แต่รมว.คมนาคมติดภารกิจ จึงมอบหมายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้ชี้แจงแทน

โดยนายศุภณัฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการแถลงผลสอบกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟสาย กทม.-อุบลราชธานี ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่14ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านไป4เดือน คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงแถลงสรุปสาเหตุว่ามีความล้มเหลวเชิงระบบใน 5 ประเด็น โดยเฉพาะบริษัทก่อสร้าง และบริษัทที่ปรึกษามีการทำผิดสัญญาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของเครน หรือระบบการเดินรถที่บกพร่องระหว่างก่อสร้าง การสั่งวิศวกรสนามเริ่มงานโดยพลการไม่มีการรอใบอนุญาตทำงาน รวมถึงมาตรฐานของวัสดุก่อสร้าง และการตรวจสอบเครนตามกฎหมายกำหนด จึงถือว่าสามารถบอกยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานได้ ช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ นายกฯออกมาแอคชั่นบอกว่าต้องสั่งยกเลิกสัญญาทันที แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆ รัฐบาลจะสั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียน-ไทย ที่ทำการก่อสร้าง แล้วขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานไม่ให้เข้ามาประมูลงานรัฐได้อีกหรือไม่ หากสั่งยกเลิก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อใด สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ แต่หากประกาศว่าไม่ยกเลิกสัญญา หมายความว่าสิ่งที่นายกฯบอกก่อนหน้านี้จะกลายเป็นตัวตลกของสังคมได้เลย

ด้านนายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า เนื่องจากคำสั่งนายกฯเป็นแนวทางปฏิบัติ ต้องทำให้ครบถ้วนตามกฎหมาย การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่นิ่งนอนใจ ทำตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน ล่าสุดทำหนังสือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อขอทราบแนวทางอำนาจหน้าที่ อสส.ตอบกลับมาว่า การใช้ดุลยพินิจของการรถไฟฯในการบอกเลิกสัญญาทางปกครอง ควรคำนึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะ หลักความได้สัดส่วน หลักพอสมควรแก่เหตุ ตลอดจนผลกระทบในการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย ยืนยันว่าความตั้งใจของการรถไฟฯคือบอกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็คลิสต์รายนี้ แต่สิ่งที่มันจะตามมาคือ สิ่งผู้รับจ้างดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ได้มีการส่งมอบงาน อาจเป็นเรื่องการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต ซึ่งมีการบริหารสัญญามาแล้ว99.5เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก22ช่วง ใช้ระยะเวลาอีกประมาณ5เดือน การก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามสัญญา แต่หากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้ คาดว่ากระบวนการทั้งสิ้น รวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจาก5เดือน จะขยับออกไปเป็น2ปี

“ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่ยกเลิกสัญญา แต่ชี้ให้ทราบว่า เราคำนึงถึงทุกมิติ แน่นอนว่า ความปลอดภัยในชีวีตและทรัพย์สินของประชาชนมาอันดับ1 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากความหละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง วันนี้กระทรวงคมนาคมไม่ได้ปฏิเสธว่ามีความผิดพลาดที่เกิดจากความบกพร่องของการดำเนินการ สิ่งนี้จำเป็นต้องนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใฟม่ในการควบคุมงานก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน” รมช.คมนาคม กล่าว

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า จากที่รมช.คมนาคมสรุปก็คือไม่ยกเลิกสัญญาอยู่ดี แล้วอ้างอัยการฯ ขอฝากไปยังนายกฯว่าวันหลังนายกฯจะสั่งอะไร ปรึกษาอัยการฯก่อน ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ แล้วสุดท้ายทำไม่ได้ หากจะสั่ง ไปสั่งแล้วไม่ต้องออกข่าวทำให้ประชาชนคาดหวังว่าเอาจริงเอาจังก็ได้ ตนแนะนำว่ามีอีก2วิธี คือ 1.รอให้เขาทำงานให้เสร็จงวดสุดท้ายก่อนแล้วค่อยแจ้งยกเลิกสัญญาวันนั้น 2.สามารถใช้เหตุจากตึก สตง. ถล่ม ที่บริษัทผู้รับจ้างเดียวกัน กระทำผิดเช่นเดียวในการยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็คลิสต์ได้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ นอกจากนี้ในเรื่องการดำเนินการทำสมุดพกผู้รับเหมาเพื่อหักแต้มหากทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่จะมีการลดชั้นผู้รับเหมาหากทำผิดพลาด ตนเคยเสนอให้เร่งลงนามในกฎกระทรวง แต่ไม่มีความคืบหน้า จนเกิดเหตุเครนถล่มที่อ.สีคิ้วช่วงม.ค.69 ทำให้ไม่สามารถลดชั้นผู้รับเหมาได้ นายกฯ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ขายฝันบอกว่าสมุดพกจะเสร็จเดือนก.พ.69 แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เสร็จ คำพูดของนายกฯ รวมถึงรมว.คลัง เชื่อถือไม่ได้ ไม่รู้ว่าพูดเฉพาะช่วงเลือกตั้งเพื่อสร้างภาพหรือไม่ คำถามที่ต้องการรู้คือสมุดพกจะเสร็จเมื่อใด

“ยืนยันว่าเราต้องพิจารณาทุกมิติให้ครบถ้วน ไม่ได้มีประโยคใดบอกว่าจะไม่ยกเลิกสัญญา แล้วเป็นเหตุให้บอกว่าคำพูดนายกฯเชื่อถือได้หรือไม่ ขอย้ำว่าต้องทำตามข้อกฎหมายให้ครบถ้วน หนังสือจากอสส. ถึงการรถไฟฯวานนี้(27พ.ค.) จากนั้นจะเป็นอำนาจของบอร์ด เนื่องจากโครงการก่อสร้างมีมูลค่ามากกว่า200ล้านบาท ส่วนกรณีสมุดพก กระทรวงคมนาคมติดตามอยู่ เรามีการสอบถามจากกรมบัญชีกลาง ยอมรับว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะผมไม่ได้เป็นคนเซ็นอนุมัติ คนออกสมุดพกคือกรมบัญชีกลาง แต่แนวทางหารือได้รับคำตอบจากรมบัญชีกลางว่า ให้ความสำคัญกับทีโออาร์มาเป็นอันดับแรก สมุดพกคือการหักแต้มหลังเกิดเหตุ จะมีการดำเนินการ แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารสัญญาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเข้มข้นเพื่อป้องกันการเกิดเหตุให้ได้ก่อน”นายสิริพงศ์ กล่าว

นายศุภณัฐ กล่าวว่า สุดท้ายก็คือไม่ยกเลิกสัญญา เขาเรียกว่าพูดแล้วไม่ทำ จะพูดก่อนทำไมถ้ายังไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ พูดมั่วๆ พูดหาเสียง สร้างภาพหรือไม่ เรื่องสมุดพกก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ ดังนั้นอย่าพูดอะไรที่ทำไม่ได้ มันจะเสียหน้าเปล่าๆ ขณะที่กรณีถนนยุบที่ถนนหน้าวชิรพยาบาล ที่มีบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ช.การช่าง ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีผลสอบสวน ทั้งที่คณะกรรมการสอบสวน มี รมว.คมนาคมแต่งตั้ง การตั้งคณะกรรมการสอบถนนยุบ พบว่ามีคนนอก ประมาณ 20% ซึ่งต่างจากคณะกรรมการสอบตึก สตง.ที่มีคนนอก 40%

“ผลสอบกรณีถนนยุบ มีข่าวหลุดที่ผมได้มาบอกว่าผู้รับเหมาไม่ผิด โทษทุกอย่างเป็นเหตุสุดวิสัย โทษน้ำปะปา โทษน้ำใต้ดิน โทษทุกอย่างยกเว้นผู้รับเหมา ทั้งที่เป็นที่รู้กันว่าเป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่เกิดขึ้น เป็นเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้น และก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินใต้หลุมนั้น และอุโมงค์เคลื่อนจริง ดังนั้นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ มาตรฐานการทำงานและการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมา ว่าขึ้นอยู่ว่าเป็นใครหรือไม่ ถนนยุบ ผ่านมา 8 เดือนแถลงไม่ได้ ทั้งที่กรรมการตรวจสอบ เป็นคณะที่กระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง ทั้งนี้เป็นเพราะ บริษัทซิโน-ไทยหรือไม่ และจะประกาศ แถลงผลสอบสวนเมื่อใด” นายศุภณัฐ กล่าย

นายสิริพงศ์ ชี้แจงอีกครั้งว่า ผลสอบกรณีถนนยุบ ตนยังไม่ได้รับรายงาน ตนจะติดตาม แต่ไม่ทราบนายศุภณัฐได้ข้อมูลวงในมาอย่างไร ตนอยู่ในกระทรวงยังไม่ทราบ และไม่ทราบว่าหากผลเหมือนหรือต่างจากที่พูดมาจะเป็นอย่างไร เวลาที่กล่าวหา มีสิทธิ์ตั้งข้อกล่าวหา แต่อยากให้เกี่ยวกับความเป็นจริง แนวทางของนายกฯ ที่ให้ไว้กับทุกกระทรวงคือ ปิดชื่อ ถือพฤติกรรมไม่สนใจว่าเป็นบริษัทไหน เป็นใคร หรือดำเนินการอย่างไร ผิดคือผิด ถูกคือถูก หากจะอ้างเหตุของการกระทำหนึ่ง เพื่อดำเนินการกับอีกเรื่อง อาจจะไม่ครบถ้วนทางกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้  เช่น กรณีที่พวกเราลงสมัคร สส. บางพฤติกรรมเทาๆ ที่ไม่ถูกตัดสิน ยังรับรองให้ลงสมัครได้เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นคนคนผิด เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการทุกอย่าง ตามกฎหมาย ระเบียบ ถูกต้องตรงไปตรงมาที่สุด

นายศุภณัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า รายงานดังกล่าวอยู่ในกระบวนการที่เสนอรัฐมนตรีว่าการ หรือเสนอไปแล้ว ทั้งนี้จากข้อมูลที่ตนได้รับ คณะกรรมการลงความเห็นแล้ว แต่ถูกดองอยู่ ส่วนข่าวหลุดที่ออกมา คือหลุดทั้งหมดโทษทุกอย่าง เว้นผู้รับเหมา ขอฝากนายสิริพงศ์สร้างบรรทัดฐานที่ดี ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ทำจริงหรือไม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img