สปช.ออกแถลงการณ์จี้กกต.เร่งรัดส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกสว.ให้ศาลพิจารณา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สภาปฏิรูปแห่งชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องกกต. เร่งรัดส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกสว. สู่การพิจารณาของศาลฎีกาเพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 นายสมชาย แสวงการ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ออกแถลงการณ์ ถึง พี่น้องประชาชนชาวไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ

สืบเนื่องจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน ๒๐๐ คน เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งถือเป็นกลไกกลางอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยและการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ ทว่า ตลอดกระบวนการเลือกกันเองในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ กลับปรากฏพฤติการณ์ ข้อบ่งชี้ และพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการทุจริตเชิงระบบที่ไร้ความสมบูรณ์ชอบธรรม มีลักษณะการตกลงร่วมมือและสมยอมคะแนนในลักษณะกระบวนการ จัดตั้ง (Block Vote) หรือ “การฮั้วเลือกตั้ง” อย่างกว้างขวาง ดังที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงสะเทือนวิชาชีพสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสองปี ที่ผ่านมา

ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งก่อกำเนิดและปฏิบัติหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และวางรากฐานการปฏิรูปประเทศให้ตั้งมั่นอยู่บนความโปร่งใส เที่ยงธรรม และหลักธรรมาภิบาล มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสภาวการณ์ปัจจุบันที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของสถาบันการเมือง จึงขอแถลงการณ์เรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสังคมไทย ดังต่อไปนี้

๑. วิกฤตการณ์แทรกแซงและยึดครององค์กรตรวจสอบต้นน้ำ
การปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้ง สว. ดำเนินไปจนเสร็จสิ้นและมีการรับรองผล โดยปราศจากการกลั่นกรองและคัดแยกผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้สภาสูง ซึ่งเป็น “ต้นน้ำ” ของอำนาจนิติบัญญัติและมีหน้าที่สรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ ถูกยึดครองโดยตัวแทนแฝงเร้นของกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มทุนอิทธิพล การปล่อยปละละเลยพฤติการณ์ดังกล่าวให้ล่วงเลยมากว่าสองปี ได้เปิดโอกาสให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐถูกแทรกแซงจนบิดเบือน นำไปสู่ วิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระและความสั่นคลอนของระบบนิติรัฐที่ยากจะเยียวยา

๒. พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ล่วงเลยเวลาที่ควรนิ่งเฉย
กกต. ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิอาจเพิกเฉยหรือประวิงเวลาให้กระบวนการอันมิชอบด้วยกฎหมายนี้ บ่อนทำลายรากฐานของชาติ ได้อีกต่อไป บัดนี้ ระยะเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก และหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ล้วนบ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่ากระบวนการได้มา ซึ่ง สว. ชุดนี้ มีความด่างพร้อยและส่อทุจริตในวงกว้าง

๓. มาตรการเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติทันที
เราขอเรียกร้องให้ กกต. แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม โดยดำเนินการในทันที ดังนี้

เร่งรัดส่งสำนวนคดีสู่ศาลฎีกา : นำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติการณ์บล็อกโหวต (Block Vote) หรือสมยอมคะแนนที่มีความชัดเจน ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ และให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด

ดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด : ดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตเลือกตั้ง สว. ทุกรายอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและสร้าง บรรทัดฐานที่ถูกต้องมิให้เกิดการลอกเลียนแบบในอนาคต

บทสรุปและคำมั่นสัญญา
กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มุ่งหวังที่จะเห็นกลไกของวุฒิสภาเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลาง มีเกียรติภูมิ และปราศจากการครอบงำจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ชี้นำทิศทางประเทศยาวนานถึงสองปี ถือเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศและทรยศต่อความหวังของประชาชนอย่างร้ายแรง
พวกเราขอเร่งเร้าให้ กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลฎีกาโดยพลัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และคืนความชอบธรรมให้แก่สถาบันนิติบัญญัติ ก่อนที่ระบบรัฐสภาของไทยจะเสียหายจนเกินกว่าจะกอบกู้

“ร่วมกันปฏิรูปประเทศ และปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img