​‘อภิสิทธิ์’ เตือนสภาฯ ระวังร่าง พ.ร.บ. สันติสุขฯ สว. สอดไส้นิรโทษกรรมคดีเลือก สว. หวั่นเอื้อนักการเมือง-สร้างชนวนขัดแย้งใหม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

’อภิสิทธิ์‘ หวั่น ’สภาสูง‘ เปิดช่องล้างผิดนิรโทษฯ ‘คดี ฮั้ว สว.’ ข้องใจใส่มาในบัญชีแนบท้ายเกี่ยวอะไรกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา แนะพิจารณาให้ดี-รอบคอบ ปม ‘เยาวชน’ ผิด ‘มาตรา112’ เพื่อความมั่นคงของสถาบันฯ-เกิดความปรองดองสมานฉันท์

วันที่ 8 ก.ค.2569 เมื่อเวลา 15.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาฯพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา112 แก่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18ปี 

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า หน้าที่ของเราคือต้องพิจารณาสิ่งที่สว.แก้ไขสิ่งที่สภาฯชุดนี้ หรือหลายๆพรรคการเมืองได้เห็นชอบไป มันมีนัยยะสำคัญอย่างไร ตนมี2ประเด็นที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เห็นสมควรให้พิจารณาเพิ่มเติมคือ 1.การแก้ไขของสว.ในมาตรา11 ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนในมาตรา112 มาตรานี้ไม่ได้ไปยกเว้นมาตรา3ที่เป็นมาตราหลัก จะแก้ไขหรือไม่ อย่างไรเสียผู้กระทำความผิดมาตรา112ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่มาตรานี้เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมเพราะเข้าข่ายข้อเยกเว้นที่ว่า แต่กระทำความผิดในขณะที่เป็นเยาวชน หลักสำคัญที่สภาฯเสนอไปยังสว. คือกรณีเช่นนี้ด้วยความเป็นเยาวชน เขาควรมีทางเลือก

”พูดง่ายๆคือในมาตรา11ต้องเป็นเฉพาะกรณีที่เขาร้องขอจากคณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาทำแผนบำบัดฟื้นฟูให้กับเขาได้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ขอ เขาก็ถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม ถึงเขาขอเขาก็ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เขาได้มองเห็นแล้วว่าเขาต้องการการบำบัดฟื้นฟู และกฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้ ถ้าเราอยากสร้างความสันติสุขจริงๆ เยาวชนควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูหรือไม่ เราคิดว่าความสัมพันธ์กับ เยาวชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีความแน่นแฟ้นดีขึ้น จากกระบวนการนี้หรือไม่ หรือเราคิดว่าการไปเขียนข้อยกเว้นจากวุฒิสภาจะสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันฯมากกว่า“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจว่าเราอาจมีความเห็นแตกต่างหลากหลาย แต่มันไม่ใช่จะสรุปได้ว่าฝ่ายหนึ่งถูก ฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี ฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดี ตนคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่จะเข้ามาช่องทางนี้ น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯลดลง ส่วนที่มีสมาชิกบางรายอภิปรายว่าถ้าทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมให้มลทำผิดในวันข้างหน้านั้น ไม่เกี่ยว เพราะใครทำผิดตั้งแต่วันนี้ก็ต้องรับโทษ ไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆทั้งสิ้น พรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นควรให้พิจารณาอย่างรอบคอบอย่างถ่องแท้เพื่อความมั่นคงของสถาบันหลักชาติและให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่2.คือการที่สว.ไปเพิ่มในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มีการกำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ตนรู้สึกประหลาดใจ และไม่สบายใจ เพราะไม่เคยทราบเลยว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เรากังวลกันทุกวันนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสว.ครั้งที่ผ่านมาอย่างไร ยังไม่มีใครบอกตนได้เลยว่ามีใครที่จะมีปัญหาในคดีนี้ที่เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อมีการใส่เรื่องนี้เข้ามา ต่อไปหากใครถูกดำเนินคดีเรื่องนี้ก็สามารถให้คณะกรรมการที่มีนายกฯเป็นประธาน ชี้ขาดได้ง่าสมควรได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่

”ที่บอกว่าฮั้ว สว. อาจเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ผมขอชวนคิดว่า การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมหรือมีการทุจริต ก็จะไปจบลงที่การวินิจฉัยของ กกต. ว่าต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องให้ใบเหลืองใบแดงใคร หรือเพิกถอนสิทธิ์ใครอย่างไร แต่มันมีความผิดอื่นตามกฎหมายว่าด้วยเลือกสว. เช่น กรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องสนับสนุน สมมุติว่าวันข้างหน้า ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับสว. กกต.อาจดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วบอกว่าไม่มีปัญหาทุจริต แต่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีคนของพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง คนที่ไปเกี่ยวข้องก็จะอ้างว่านี่เป็นความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่เกี่ยว เพราะการเลือกตั้งไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่าทุจริต ก็จะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย ผมอาจตีความผิดก็ได้ แต่เป็นประเด็นที่สภาฯต้องพิจารณาให้ถ่องแท้และสบายใจ เพราะหากไม่พิจารณา 2 ประเด็น สุดท้ายจะสร้างปมขัดแย้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเกี่ยวข้องสถาบันสูงสุดและอีกเรื่องจะบานปลายเป็นการใช้อำนาจของนักการเมือง หากเกิดเหตุตามสิ่งที่ตนพูด ใครในสภาฯที่เห็นชอบน่าจะปฏิบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการทำหน้าที่ขัดกันของผลประโยน์ ตามข้อห้ามมาตรา 114  ของรัฐธรรมนูญ“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img