“ฝ่ายค้าน”เปิดโปงกระบวนการโกง“สว.” จี้“กกต.”เปิดหีบลงคะแนนเอาคนฮั้วออก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ทวี” ร่วมเวที “ฝ่ายค้าน” เปิดโปงกระบวนการโกงสว. ขอ “กกต.” เปิดหีบลงคะแนน เอาคนฮั้วออกจากตำแหน่ง ด้าน “พยาน-อดีตผช.สว.” เปิดชื่อ เครือข่ายการเมืองสีน้ำเงิน-สว. ร่วมกระบวนการฮั้ว สว. พบสัญญาให้เงิน แต่ได้รับไม่ครบจำนวน-มีนักการเมืองหักหัวคิว

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดเวทีครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักหลักฐานคดีฮั้ว สว.โดยในงานดังกล่าว มี 4 อดีตผู้สมัคร สว. และอดีตผู้ช่วย สว. ได้แก่ นายดิเรก พรสีมา อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 3 การศึกษา, นายธารินทร์ พันธุมัย อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว, นายมนตรี เฉียบแหลม ผู้สมัคร สว. กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน หรืออื่น ๆ และนายสนั่นชัย ช่วยอุดมวิจิตร อดีตผู้ช่วยประจำตัว สว. (นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม) ร่วมเวทีเพื่อบอกเล่ารายละเอียดและขั้นตอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดการการเลือก สว. ที่มีการเสนอเงินเพื่อเป็นค่าตอบแทนของการโหวตตามโพยเลือกที่มีการจัดตั้ง และพบว่ามีเครือข่ายนักการเมืองร่วมในกระบวนการ

โดย นายดิเรก เล่าตอนหนึ่งว่า การเลือก สว.ที่ผ่านมา มีการจัดตั้ง ซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมาเล่าให้ฟังว่า มีการทำแผนให้เลือกจำนวนเท่าใด งบเท่าไร ทั้งนี้มีคณะทำงานที่นำโดย นายสัจจพงษ์ ภูมิพัฒน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งปัจจุบันถูก กกต.ส่งฟ้องในคดีทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ได้เชิญไปจดโพยฮั้วที่ล็อกไว้แล้วที่โรงแรมมารวย

“ผมไม่ได้ไปร่วมกระบวนการ เพราะมีคนบอกว่า เขาจัดตั้งไว้แล้ว และไม่มีเบอร์ของผมที่ถูกวางตัว ทั้งนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เล่าให้ฟังว่า การจัดการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา เขาตั้งเป้าว่าให้เป็นแกนนำเสียงข้างมาก ซึ่งทำสำเร็จและสิ่งที่เขาตั้งเป้าในเรื่องอื่น ๆ เช่น ให้พรรคของเขาได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดึงคนบ้านใหญ่มาสมัคร คุมองค์กรอิสระให้ได้ ถือว่าสำเร็จทั้งหมดและสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปหลังยุบสภา ต้องได้ สส.เกิน 250 คน เพราะขณะนี้เขาคุม กกต. คุมผู้ว่าฯ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวคะแนนทุกหมู่บ้าน และมีแผนให้เตรียมกาบัตรไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาจวนปิดหีบ จะเช็คได้ว่า จำนวนผู้ที่ยังไม่มาลงคะแนนเลือกตั้งเหลือเท่าไร จะใช้บัตรที่กาและเตรียมไว้แล้วใส่ลงไป” นายดิเรก กล่าว

ขณะที่นายธารินทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเข้าให้ปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เดิมตนไม่คิดจะลงสมัคร เพราะเชื่อว่าจะมีการเมืองยุ่งเกี่ยว แต่มีสมาชิกสโมสรไลออนส์ จ.นครพนม มาหา บอกว่าจะมีคนออกค่าสมัครให้ และมีคนที่จะเลือก ตนรับฟัง แต่ปฏิเสธและขอสมัครด้วยตนเอง ทั้งนี้เมื่อผ่านเข้ารอบไประดับประเทศ พบกระบวนการจัดตั้ง ที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จ.อยุธยา ซึ่งมีคณะที่รออยู่คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตองประธานสภาฯ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายสิทธิกร ธงยศ สว. และนายสมหมาย ศรีจันทร์ สว. รวมถึงพบกลุ่มผู้สมัคร สว.กว่า 20 คน แต่รอโดยไม่ทำอะไร ทำให้ตนและเพื่อนกลับ โดยก่อนกลับพบว่า ต้องรอพบคณะของใคร ซึ่งได้รับแจ้งว่า คณะของนายอนุทิน

ขณะที่ นายสนั่นชัย กล่าวว่า ช่วงเลือก สว. ตนเป็นทีมงานของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งในกระบวนการตอนแรกได้รับค่าตอบแทน 3,000 บาท จากนายสรชาติ เพื่อช่วยหาผู้เลือกให้ได้ 10 คนเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไป และในพื้นที่ยังพบการดำเนินการของนายกำพอง ในฐานะผู้ช่วยของนายวุฒิชาติ ซึ่งเมื่อได้รายชื่อผู้เลือกแล้ว ได้แจ้งรายชื่อให้กับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคภูมิใจไทย

“นายสรชาติ บอกกับผมว่า หากเป็นโหวตเตอร์จะจ่ายให้ 5 แสนโดยต้องมีการลงทะเบียน ซึ่งมีการตกลงคนอื่นด้วย ซึ่งผมไม่ทราบว่าจะได้เงินเท่าไร ผมตอบรับ และลงทะเบียน ที่โรงแรมธาราแกรนด์ มีการอธิบายให้จดโพย ยึดใบ สว.3 แต่พอเลือกเสร็จ ผมไม่ได้รับเงินตามสัญญา โดยเขาบอกว่า ที่ไม่จ่ายเพราะไม่ลงคะแนนตามโพย แต่เขาได้ตั้งผมเป็นผู้ช่วย เมื่อปี 2567 เพื่อให้เงินเดือนมาจ่ายให้คนอื่น ได้รับค่าตอบ 15,000 บาทต่อเดือน ต้องโอนคืนเขาผ่านทางภรรยา 10,000 บาท ผมได้ 5,000 บาท แต่เป็นได้เพียง 2 เดือน ก็ปรับออก แต่ทุกวันนี้ยังไม่ได้เงิน” นายสนั่นชัย กล่าว

นายสนั่นชัย กล่าวต่อว่า ตนขอฝากให้ กกต.คิดด้วยว่า การทำโครงการที่จะสำเร็จ ต้องใส่ปัจจัย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อม ตนมองว่าโพยไม่ผิด แต่หากตนติดคุก คนพวกนั้นต้องติดคุกด้วย ตนยอมรับว่า ต้องการรับเงิน เพื่อให้คุณเป็น สว. แต่ทุกวันนี้ตนยังไม่ได้เงิน

ทางด้าน นายมนตรี กล่าวว่า ตนเก็บหลักฐานทั้งเป็นเงินที่ได้รับและเสื้อสีเหลือง เพื่อให้ใส่วันเลือก สว.ระดับประเทศ เพื่อสร้างสัญลักษณ์เป็นทีมเดียวกัน ซึ่งกระบวนการรเกิดขึ้นที่โรงแรมอัศวิน ห้อง706 ซึ่งมีคนเกือบ 30 คนเข้าไปอยู่ในห้องนั้นเพื่อรับเงินจำนวน 2 หมื่นบาท โดยน.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ให้ปัจจัย บอกว่าเป็นค่าเดินทาง หลังจากนั้นได้เดินทางไปอีกโรงแรมหนึ่ง เพื่อจดโพย ซึ่งพบว่ามีหัวหน้าคณะคือ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เป็นผู้อธิบายว่า มาเพื่ออะไร

“ประเด็นที่หัวหน้าโพยฮั้วบอกวันนั้น คือกล่าวอ้างให้เลือก เพื่อสกัดสีส้ม ทั้งนี้ภาคใต้ใช้เงินจะไม่สำเร็จ ต้องมีปัจจัยอื่นด้วย และให้กาคะแนนตามโพย เพราะระบบเซ็ตไว้แล้ว หากลงคะแนนให้ตัวเองจะคลาดเคลื่อน พร้อมหลอกด้วยว่า จะมีคนจังหวัดอื่นลงคะแนนให้ และหากไม่ได้เป็น สว. จะมีตำแหน่งให้ และค่าตอบแทน 6 หลัก แต่ผมไม่สบายใจ เพราะดูประวัติจากคนที่ให้กาคะแนนให้ พบว่าเป็นเด็กส่งน้ำ คนรับจ้างรีดผ้า จึงไม่ทำตามโพย ขณะที่การจ่ายค่าตอบแทนนั้น ที่จริงแล้วจะได้คนละ 2 แสนบาท แต่มีการหักค่าหัวคิว 1 แสนบาท ทำให้จ่ายเพียง 1 แสนบาท และแบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก 2 หมื่นบาท หากเลือกตามโพยจะจ่ายให้อีก 8 หมื่นบาท แต่ผมไม่ได้ทำตามโพย” นายมนตรี กล่าว

หลังจากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ฐานะอดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวตอนหนึ่งว่า หากตนอยู่ต่อ จะจัดการให้หมด เพราะพบการสมคบกันทั้งหมดหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ใช้ให้คนศึกษาระเบียบ กกต. เพื่อหาวิธีฮั้ว แม้ว่ากฎหมายประกอบจะระบุให้เป็นการลงคะแนนลับ แต่ระเบียบของ กกต. กำหนดให้ใช้หมายเลขตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ นอกจากนั้นยังพบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบสนับสนุนการเลือก สว.ปี 2567 ใช้เงิน 206 ล้านบาท แต่ในการเลือกสส. ปี 2566 พบเงินสนับสนุน 1.3 ล้านบาท ซึ่งงบการเงินเป็นจุดที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสม ทั้งนี้ยังพบการขนคนมาสมัคร มาเป็นผู้เลือก

“การสอบสวนหลักฐานอยู่ใน กกต. มีภาพกว่า 200 ล้านภาพ ที่สำคัญคือ กกต. ต้องเปิดหีบ เพื่อตรวจบัตรลงคะแนน เพื่อพิสูจน์การเลือกที่ไม่เที่ยงธรรม ทั้งนี้กลุ่มที่มีโพยคะแนนจะกระโดนไป 50-70 คะแนน แต่กลุ่มที่ไม่มีโพยคะแนนห่างกันมา ดังนั้น กกต.ต้องทำความสะอาดประเทศ ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง เปิดหีบเพื่อตรวจการลงคะแนนหากพบตัวเลขซ้ำกัน ต้องเอาคนพวกนั้นออกไป ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เรื่องไปถึงศาลยุติธรรม เพราะองค์กรศาลยังไม่ถูกกินรวบ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ขณะที่นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หาก สว.ที่มาโดยไม่สุจริตต้องพ้นจากตำแหน่ง กระบวนการการเลือก สว. หากมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน ซึ่ง กกต. ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้สิ่งที่เป็นพยานที่เข้าร่วมเวที ได้เข้าให้ปากคำต่อดีเอสไอ และคณะอนุกรรมการของ กกต. ไปแล้ว อย่างไรก็ดีการตรวจสอบการทำงานของ กกต. นั้น สามารถใช้ช่องทางของกฎหมายเพื่อขอให้เปิดเผยได้ หากถึงวันที่ กกต. ต้องลงมติคดีฮั้ว หากพบว่ายกหมด หรือส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาน้อยมาก จนน่าตกใจ หรือผิดสังเกต ขัดแย้งกับพยานหลักฐาน ถือว่าเข้าองค์ประกอบการทำหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งฐานะความเป็นผู้เสียหายสามารถดำเนินการกับ กกต. ได้

“การสู้ว่า สว.ได้มา โดยมิชอบ ต้องรอให้ กกต.วินิจฉัย หากกกต.ไม่ทำ สามารถฟ้องได้ฐานะผู้เสียหาย ปัญหากลับมาที่รัฐสภา ให้แก้กฎหมาย เพื่อให้สิทธิฟ้องในคดีเลือกตั้งตรงไปยังศาลได้ เพราะขณะนี้สิทธิการฟ้องคดีเลือกตั้งมีเพียงอำนาจของ กกต.เท่านั้น” นายปริญญา กล่าว

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า ตามกฎหมายเลือก สว. กรณีการให้เงิน สัญญาว่าจะให้ รวมถึงการเลี้ยงอาหาร ถือว่ามีความผิด เพราะตามกฎหมายห้ามทำ แม้แต่กาแฟแก้วเดียว ไม่สามารถเลี้ยงได้ ดังนั้นเมื่อพบการกระทำผิดแล้ว แต่ กกต.ไม่ทำอะไร เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดทั้ง อาญา และ กฎหมาย กกต. ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องคือ ผู้เสียหายดำเนินคดีกับ กกต. ได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img