นายกฯ เยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมมอบนโยบายเสริมศักยภาพป้องกันประเทศ ยกระดับความมั่นคงชายแดน พร้อมดูแลประชาชนทุกสถานการณ์ ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกเหล่าทัพให้ทุกภารกิจประสบผลสำเร็จ
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.69 เวลา 11.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยโดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพไทย ให้การต้อนรับ
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และรับมอบ “เครื่องหมายแสดงความสามารถปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ประเภทกิตติมศักดิ์”

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมกองทัพไทยที่ปฏิบัติภารกิจปกป้องประเทศชาติ ประชาชน และอธิปไตยของชาติอย่างเข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน สนับสนุนภารกิจของรัฐบาลในหลายด้าน ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การลำเลียงทางการแพทย์ และภารกิจด้านมนุษยธรรม พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด
ในการมอบนโยบายวันนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาพบกับผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ จึงขอเน้นย้ำ 6 นโยบายสำคัญ ดังนี้
1.การเสริมความพร้อมของกองทัพ พัฒนาศักยภาพกำลังพลและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและเพียงพอ เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ
2.การยกระดับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน โดยใช้ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน ในการประสานงานทุกหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน
3. ด้านการบรรเทาสาธารณภัย และช่วยเหลือประชาชน บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อใช้ศักยภาพด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. การขับเคลื่อนนโยบายการบรรจุทหารอาสาเข้าประจำการ ขอให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ พิจารณาสิทธิและสวัสดิการที่มีความเหมาะสม ตามระเบียบและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อใช้แทนการตรวจเลือกทหารในระยะยาว
5. ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และประชาสัมพันธ์ศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสไปนิทรรศการ THAIDEF-EX 2026 นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ซึ่งนำเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลงานวิจัยของไทยในระดับที่ไม่แพ้ใคร และได้เห็นถึงความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ ที่จะได้พัฒนาต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถของไทย
6.การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เป็นแกนหลักในการประสานการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
ในฐานะ นายกรัฐมนตรีขอชื่นชมทุกเหล่าทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ผลักดัน ขับเคลื่อน และอำนวยความสะดวก และอยู่เคียงข้างทุกเหล่าทัพให้ทุกภารกิจประสบผลสำเร็จ ซึ่งในความทุ่มเทนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าอธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ผลักดัน ขับเคลื่อน และอำนวยความสะดวก และอยู่เคียงข้างทุกเหล่าทัพให้ทุกภารกิจประสบผลสำเร็จ



















