กมธ.ป.ป.ช.แฉพบแก้คะแนนสอบท้องถิ่น พุ่ง 5,960 รายรีบสรุปผลภายใน 10 เดือน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กมธ. ป.ป.ช. แถลงคดีทุจริตสอบท้องถิ่น พบแก้คะแนนพุ่ง 5,960 ราย จ่อสรุปผลใน 10 เดือน พร้อมเปิดทางผู้ได้คะแนนช่วยกันเป็นพยาน

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะกมธ.ป.ป.ช ถึงเรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า ทางคณะกรรมาธิการฯได้เชิญ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนผู้บังคับการปราบปราม และผู้แทนผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการฯ

โดยผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ชี้แจง ประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีความคืบหน้าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 ราย ทำการแก้ไขคะแนนสอบผู้ที่ไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน ทั้งหมด จำนวน 5,960 ราย ซึ่งมีการทำเป็นขบวนการ โดยตามร่างขอบเขตของงานมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีหน้าที่ทวนคะแนนสอบและส่งให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) รับรองรายชื่อ

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช.จะมีการเชิญหน่วยงานอื่นเข้าร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษและประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะทำการไต่สวนทั้งทางวินัย อาญา และจริยธรรมในส่วนของบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้สอบปากคำแล้ว ซึ่งจะดำเนินการภายใต้กฎหมายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาประมาณ 10 เดือน จึงจะได้ผู้กระทำความผิดที่แท้จริง ส่วนกรณีจำนวนผู้ที่สอบไม่ผ่านและถูกแก้ไขคะแนนให้เป็นผู้สอบผ่านซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น จำนวน5,960 ราย ซึ่งถือว่าอยู่ใน ข่ายร่วมกระทำความผิด สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ข้อมูลว่าหากไปยื่นคำร้องต่อสำนักงาน ป.ป.ช. สามารถขอกันตัวเองเป็นพยานได้ในกรณีให้การเป็นประโยชน์ในการไต่สวนคดี

ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้ชี้แจง ประเด็นเกี่ยวกับหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี2568 ซึ่งมีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสรุปผลรายงาน

นอกจากนี้ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประกอบด้วย ผู้บังคับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และผู้แทนผู้บังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเกี่ยวกับรายละเอียดความคืบหน้าในการดำเนินคดีกรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยสำนักงานป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. เข้าร่วมตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี พบกลุ่มบุคคลกว่า 10 รายกำลังทำเครื่องหมายลงบนไฟล์ภาพกระดาษคำตอบ และพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับศาลอาญาจำนวน3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน3 ราย และได้รายงานการดำเนินคดีความผิดมูลฐานต่อสำนักงาน ปปง. ด้วยแล้ว ส่วนพยานหลักฐานต่างๆได้รวบรวมส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว

นายอาสพลธ์ กล่าวย้ำว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตเข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบบรรจุบุคลากรท้องถิ่น โดยยืนยันว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลักที่มีอำนาจดำเนินการไต่สวนคดี จึงจำเป็นต้องใช้เวลาตามกระบวนการกฎหมาย ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากตั้งเรื่องไต่สวน จากนั้นจะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนในการแจ้งข้อกล่าวหาและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง รวมระยะเวลาดำเนินการประมาณ 10 เดือน ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่รวดเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่ทางคณะกรรมาธิการฯจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img