“โรม” ชี้ปม “ชัยชนะ” หากผิดจริง ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ย้ำ ราชการต้องเป็นกลาง – ห้ามเลือกปฏิบัติ ระบุ อดคิดไม่ได้ ที่ผ่านมาปฏิบัติอย่างไร หลังความแตกส่วนราชการไปช่วยในการหาเสียง
วันที่ 13 ส.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในงานศพแห่งหนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐสภาหรือฝ่ายค้านหรือไม่ ว่า นายชัยชนะ เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ดังนั้น เรื่องนี้คงต้องพิจารณากันด้วยข้อเท็จจริงเป็นหลัก
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรอบด้าน แต่เห็นว่าหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และควรดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง
“ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะได้ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้น แต่ขณะเดียวกันผมก็ต้องบอกว่าหน่วยงานราชการไม่ใช่แค่ตำรวจอย่างเดียว คุณก็ต้องไม่มีพฤติกรรมในลักษณะของการเลือกปฏิบัติด้วย ความหมายคือสิ่งที่ผมสนใจไม่แพ้กันก็คือว่าถ้ามันมีความคาดหวังว่าจะต้องมีส่วนราชการไปช่วยในการหาเสียง มันก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ผ่านมาในทางปฏิบัติที่เคยทำกันมาเป็นอย่างไร เช่น เคยช่วยกันมาก่อน ตอนนี้ไม่ช่วยกันแล้วหรือเปล่า“ นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือการวางตัวของส่วนราชการ ซึ่งตามหลักจะต้องวางตัวเป็นกลาง จึงต้องตรวจสอบว่าการปฏิบัติหน้าที่ยังคงเป็นกลางอยู่หรือไม่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือส่วนราชการเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการหาเสียง เช่น การเข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครหรือกลุ่มการเมืองที่ถูกเรียกว่าช่วยน้ำเงินด้วย ก็ต้องตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางวินัยหรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า หากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ก็เห็นว่าต้องดำเนินการทั้งในทางวินัย และหากพบว่ามีความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการเป็นไปอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย



















