‘มท.’เร่งล่า‘นอมินี’ถือที่ดิน1.1หมื่นบริษัท มูลค่าพุ่ง8.5หมื่นล้านลั่นปิดคดีในสิ้นก.ย.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“พลพีร์” เผยวงประชุมบูรณาการแก้ปัญหานอมินี-อาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าเชื่อมข้อมูลตำรวจ-มหาดไทย-พาณิชย์-กรมที่ดิน เร่งตรวจสอบบริษัทต่างชาติถือหุ้นมากกว่าคนไทย พบถือครองที่ดินราว 2,200 บริษัท ขณะที่กลุ่มต้องสงสัยกว่า 1.1 หมื่นบริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบ มูลค่าที่ดินประเมินล่าสุดแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้


เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมบูรณาการข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และนอมินี ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการอัปเดตข้อมูลและหารือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนปัญหาในการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ทั้งตำรวจ กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยเน้นการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า หลังจากนี้จะเน้นการประสานการปฏิบัติงานร่วมกัน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีภารกิจของตนเองอยู่แล้ว ทั้งตำรวจและฝ่ายมหาดไทย แต่จะเพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะมีการประชุมลักษณะนี้อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมเป็นการหารือนอกรอบ เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน นอกเหนือจากการดำเนินการเรื่องนอมินีที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานจะจัดให้มีช่องทางประสานงานในระดับผู้บริหาร โดยมีเจ้าหน้าที่คอยสนับสนุนข้อมูลแบบเร่งด่วน เพื่อให้การประสานงานรวดเร็วขึ้น เนื่องจากหากใช้การส่งเอกสารตามขั้นตอนเพียงอย่างเดียว อาจใช้เวลานานและส่งผลให้การดำเนินคดีล่าช้า

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าธุรกิจนอมินีบางส่วนเริ่มมีการโอนหรือย้ายทรัพย์สิน ดังนั้นภาครัฐจึงต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะกรณีการถือครองที่ดินในประเทศไทยผ่านนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย เพื่อป้องกันการโยกย้ายทรัพย์สินและนำที่ดินกลับมาอยู่ภายใต้การดำเนินการตามกฎหมาย

จากข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานนำมาแลกเปลี่ยนกัน พบว่ามีบริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นมากกว่าคนไทยและถือครองที่ดินอยู่ประมาณ 2,200 บริษัท ขณะที่บริษัทที่ต้องสงสัยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือเปลี่ยนเลขบัญชี มีมากกว่า 1,100 บริษัท โดยมูลค่าที่ดินประเมินเบื้องต้นเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนอยู่ที่ 65,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 85,000 ล้านบาท

นายพลพีร์ ระบุว่า จะนำข้อมูลดังกล่าวรายงานต่อนายกรัฐมนตรี พร้อมให้กรมที่ดินเร่งรัดการสืบสวนบริษัทที่ถือครองที่ดิน และดำเนินการคัดจำหน่ายตามขั้นตอน ขณะที่บริษัทอีกกว่า 10,000 บริษัท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมการปกครอง จะร่วมกันตรวจสอบว่าเป็นการประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือเข้าข่ายนอมินี หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีและคัดจำหน่ายต่อไป

“ยืนยันว่า การดำเนินคดีกับบริษัทนอมินี 11,000 กว่าบริษัทที่กำลังตรวจสอบอยู่ จะต้องจบภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้”

ส่วนกรณีบทลงโทษว่าจะต้องใช้มาตรการเนรเทศชาวต่างชาติหรือไม่นั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า การครอบครองที่ดินไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข่ายต้องเนรเทศโดยอัตโนมัติ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ใช้มาตรการเนรเทศในทุกกรณี แต่หากมีการกระทำความผิดเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย หรือมีคำพิพากษาของศาล ก็สามารถดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนดได้

นายพลพีร์ ยกตัวอย่างกรณีการเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงย่านห้วยขวาง ซึ่งมีชาวต่างชาติถูกดำเนินคดี 5 รายและถูกปรับแล้ว โดยไม่ได้ใช้มาตรการเนรเทศ แต่ใช้วิธีถอนวีซ่าและเชิญออกจากประเทศตามขั้นตอน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img