“สุดารัตน์” ออกโรงเตือน “ชัชชาติ” โครงการขยายคลอง-อุโมงค์ยักษ์ ทดแทนแก้มลิงไม่ได้ย้ำ “แก้มลิง” และ Flood Way ตามแนวพระราชดำริมีความจำเป็น และต้องทำให้ครบวงจร
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า หายนะคนกรุงเทพฯ เมื่อ“แก้มลิง” และ”Flood Way”ล่องหน จากผังเมืองฉบับใหม่ จากนี้ไปคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับความกดดันเรื่องน้ำท่วมอย่างถาวรและเรื้อรัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาที่ผู้รับผิดชอบต้องเอาจริง กับการหาวืธี “ปกป้องเมืองหลวง” จากปัญหา“เมืองจมนำ้”เครื่องมือที่สำคัญ คือการออกแบบ ”ผังเมือง“ให้รองรับการแก้ไขปัญหานำ้ท่วม และมีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ
แต่เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่ผังเมืองฉบับใหม่ของกรุงเทพฯที่กำลังจัดทำ ได้ลดขนาด Flood Way ฝั่งตะวันออกลงไปอย่างมาก จาก240ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 100,000 ไร่ เหลือเพียง 50 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 30,000 ไร่เท่านั้น ส่วนฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนไม่เหลือเลย รวมทั้ง“แก้มลิง”จากแผนเดิม 6 แห่ง ไม่ปรากฏในผังเมืองฉบับใหม่ ซึ่งถ้ามีจะจุน้ำได้ถึง5-6ล้าน ลบ.ม.
ดังนั้นหากผังเมืองฉบับนี้ประกาศใช้หายนะจะเกิดกับกรุงเทพฯทันทีกรุงเทพจะ“จมนำ้”หนักขึ้นไปอีก
ในฐานะที่ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้รับสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งที่ดิฉันเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบงานกทม. โดยทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ “โครงการแก้มลิง” เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ณ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
หลังจากนั้นดิฉันและผู้ว่าฯกทม.ในสมัยนั้น พร้อมการรถไฟ และกรมชลประทาน โดยมี เป็นผู้ประสานงานหลัก ได้ดำเนินโครงการแก้มลิง ตามพระราชดำริแห่งแรกใน กทม. คือ “บึงมักกะสัน” และได้ไปพัฒนาแก้มลิง“บึงหนองบอน”เป็นลำดับถัดมา
ดิฉันจึงขอยืนยันว่า“แก้มลิง” และ Flood Way ตามแนวพระราชดำริมีความจำเป็น และต้องทำให้ครบวงจร
คำอธิบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ว่าโครงการแก้มลิงใช้งบประมาณสูงไม่คุ้มค่า และมีโครงการขยายคลอง และทำอุโมงค์ยักษ์แทนแล้ว
จากประสบการณ์“ดิฉันขอค้าน ว่าเป็นสิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้ เพราะแก้มลิง เปรียบเสมือนขวดใส่นำ้ ทำหน้าที่กักเก็บนำ้ เพื่อหน่วงนำ้ไว้ในกรณีที่ระบายนำ้ไม่ทัน จากฝนตกหนัก หรือนำ้ทะเลหนุน
แต่คลองและอุโมงค์ยักษ์เปรียบเสมือนหลอดดูดนำ้ ทำหน้าที่ลำเลียงนำ้ออกจากขวด จึงมีหน้าที่แตกต่างกัน จะมาทดแทนกันไม่ได้”
ส่วน Flood way ซึ่งมีทั้งฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตกและทางใต้ของกรุงเทพ ใช้ระบายนำ้หลากจากทางเหนือ ช่วยคนกรุงเทพฝั่งตะวันออกที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำพระราชดำริ และคนฝั่งธนที่รับนำ้หลากจากนนทบุรี ไม่ให้ต้องจมนำ้เหมือนในปัจจุบัน
หากกรุงเทพฯ ไม่มีแก้มลิง และFlood Way ให้เป็นที่อยู่ของนำ้ชั่วคราวขณะรอการระบาย น้ำก็จะเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านและชุมชนต่างๆแทน อย่างที่เกิดกับเคหะร่มเกล้า คลองจั่นและอีกหลายหมู่บ้าน
ดังนั้นสิ่งที่กทม. ควรจะทำคือการหาทางเพิ่มพื้นที่แก้มลิง และรักษาแนวFlood Way โดยทำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่เก้าอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยคนกรุงเทพไม่ให้จมน้ำ
จนหลายคนเริ่มออกมาตั้งคำถามผู้ว่าฯ ชัชชาติ
ว่าผังเมืองฉบับใหม่ เอื้อนายทุนพวกพ้องหรือไม่
แต่ดิฉันขอให้ความเป็นธรรมกับผู้ว่าฯ
และให้โอกาสผู้ว่าฯได้แก้“ผิด” ให้เป็น“ถูก” ด้วยการแก้ไขผังเมืองฉบับใหม่ที่กำลังทำประชาพิจารณ์ เอา“แก้มลิง”และ“Flood Way”กลับคืนมาให้คนกรุงเทพฯ



















