วันอาทิตย์, เมษายน 6, 2025
หน้าแรกHighlightนายกฯสิงคโปร์ชี้สิ้นสุดยุคของการค้าเสรี เตือนโลกเจอ‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่’
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯสิงคโปร์ชี้สิ้นสุดยุคของการค้าเสรี เตือนโลกเจอ‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่’

นายกฯลอว์เรนซ์ หว่อง ของ ‘สิงคโปร์’ ประกาศเตือนประชาชน ชี้ โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ออกโรงเตือนประชาชนอย่างหนักแน่นว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยความสงบและเสถียรภาพที่เคยมีจะไม่หวนคืนมาในเร็ววัน พร้อมเน้นย้ำว่าสิงคโปร์ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ “แรงกระแทก” ที่อาจตามมาอีกระลอก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้กับนานาประเทศทั่วโลก

คำเตือนที่แข็งกร้าวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรครั้งใหญ่กับคู่ค้าเกือบทั้งหมดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้จากหลายประเทศทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีหว่อง ชี้ให้เห็นว่า การกระทำของสหรัฐฯ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระเบียบการค้าโลก และเป็นการสิ้นสุดยุคของโลกาภิวัตน์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์และการค้าเสรี โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การใช้อำนาจตามอำเภอใจ การกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนมีมากขึ้น

“สิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำ ไม่ใช่การปฏิรูป แต่เป็นการละทิ้งระบบทั้งหมดที่ตนเองเคยสร้างมา” นายกฯ หว่องกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบองค์การการค้าโลก (WTO) ที่สหรัฐฯ เคยเป็นผู้นำในการก่อตั้งมานานหลายทศวรรษ ซึ่งนำมาซึ่งเสถียรภาพและความมั่งคั่งแก่โลกและสหรัฐฯ เอง การใช้มาตรการภาษีตอบโต้แบบรายประเทศถือเป็นการปฏิเสธกรอบ WTO อย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน สิงคโปร์จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุด คือ 10% และผลกระทบโดยตรงอาจยังจำกัด แต่นายกฯ หว่องได้เตือนถึงผลกระทบที่กว้างขวางและลึกซึ้งกว่านั้น หากนานาประเทศเดินตามรอยสหรัฐฯ จะนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่หลวงอย่างยิ่ง

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ ที่มีความเสี่ยงที่จะถูกบีบคั้น ถูกทำให้เป็นชายขอบ และถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายกฯ หว่องกล่าวด้วยความกังวล

เขายังกล่าวเสริมว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่สถาบันระดับโลกอ่อนแอลง และบรรทัดฐานสากลถูกกัดกร่อน กำลังผลักดันให้ประเทศต่างๆ หันไปยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนที่คับแคบ และใช้กำลังหรือแรงกดดันเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ยังได้เตือนว่า สถานการณ์ในขณะนี้ กำลังทำให้ “ความเป็นไปได้ของสงครามการค้าโลกเต็มรูปแบบกำลังเพิ่มสูงขึ้น” ซึ่งเขาได้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ในทศวรรษ 1930 ที่สงครามการค้าได้ลุกลามจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่สอง

ท้ายที่สุด นายกฯ หว่องได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวสิงคโปร์เตรียมพร้อมและไม่ประมาทต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สิงคโปร์จะต้องปรับตัวและเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนที่กำลังจะมาถึง

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img