นายกรัฐมนตรีบินด่วนลงพื้นที่ระนอง ตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องจักรหนีภาษีล็อตใหญ่ แฉมีการโทรศัพท์อ้างบิ๊กข้าราชการกดดันเจ้าหน้าที่ ยันใครจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่ละเว้น ลั่นของผิดกฎหมายต้องตกเป็นของแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณหาดฟรีด้อม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ในเวลา 14.‘อนุทิน’ บุกระนองทลายโกดังสินค้าเถื่อน 50 ล้าน ลั่น “ไม่รับเคลียร์” หลังมีสายต่อรองขอให้หยุดจับ30 น. อย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีภารกิจสำคัญต้องเดินทางไปยังจังหวัดระนอง
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอนุทินเดินทางถึงจังหวัดระนอง และลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังบริษัท 168 ทรานสปอร์ต โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่บนถนน 4080 ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีการลักลอบเก็บสินค้าหนีภาษีของชาวต่างชาติ
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่กองบังคับการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามและความมั่นคงรูปแบบใหม่ พร้อมกำลังทหารชุดปฏิบัติการ ร.25 พัน 2 และตำรวจ สภ.เมืองระนอง พบสินค้าจำนวนมาก ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรผลิตไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยเบื้องต้นสงสัยว่าเป็นสินค้าที่นำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร และอาจเกินระยะเวลาผ่านแดน 30 วันจนเข้าข่ายตกเป็นของแผ่นดิน
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มาของสินค้าและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ระหว่างการตรวจสอบ นายกรัฐมนตรีได้เดินสำรวจของกลางภายในโกดัง พร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับที่มาของสินค้า รวมถึงประเด็นการติดต่อจากบุคคลภายนอกที่พยายามขอให้ยุติการจับกุม
ภายหลังการตรวจพื้นที่ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มจากภารกิจที่ภูเก็ตเรื่องการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ แต่ได้รับรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกุมสินค้าลักลอบขนาดใหญ่ที่ระนอง จึงเดินทางมาตรวจสอบด้วยตนเอง เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท
นายกรัฐมนตรีระบุว่า สินค้าที่พบมีลักษณะเข้าข่ายไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง และอาจอ้างเป็นสินค้าผ่านแดน แต่หากเกินกำหนด 30 วันจะถือว่าตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ หากสามารถแสดงหลักฐานการเสียภาษีได้ถูกต้อง แต่หากไม่สามารถชี้แจงได้ จะดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทินยังกล่าวว่า ได้รับรายงานว่าหลังการเข้าตรวจสอบ มีการโทรศัพท์จากบุคคลไม่ทราบฝ่าย รวมถึงมีการอ้างความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อกดดันให้ยุติการดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการยกเว้นหรือเคลียร์ใด ๆ และหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย จะดำเนินการยึดเป็นของแผ่นดินทันที
นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า การปราบปรามครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจะเดินหน้าเข้มงวดต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบเลี่ยงกฎหมายได้อีกต่อไป



















