วิกฤติศรัทธาตลาดทุน ไมใช่แค่ “ดิ่ง” แต่กำลัง “พังพินาศ” หนักข้อขึ้นไปอีก หลัง “ทอม ไรต์” ทวงถาม “คดีฟินันเซียเอ็กซ์” ที่เงียบเป็นเป่าสากกว่า 16 เดือน โดยต้้งข้อสังเกตถึงระดับ “บิ๊ก ก.ล.ต.” อาจถูกประนีประนอม จนองค์กรไม่ขยับเอกซเรย์…ตามที่เคยลั่นคำรามเอาไว้
นับเป็นความเน่าฟะที่ซุกอยู่ใต้พรม “ก.ล.ต.” ทั้งที่คดีฉาวสร้างความเสียหายมหาศาล เชื่อมโยงเครือข่ายฟอกเงิน-แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา จน “รมช.คลัง” ทิ้งเก้าอี้ มีผู้ต้องหาหลบหนี แต่หน่วยงานที่กำกับดูแลทำได้เพียงอยู่ระหว่างการพิจารณา
ในขณะที่กลไกกำกับดูแลเป็นอัมพาตใกล้ตายซาก แม้รัฐบาลป่าวประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่ยังโชคดีมีภาคการเมืองนอกสภา โดย “พี่มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองทะลุถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ต้องเริ่มต้นจาก “กระชากหน้ากากลากไส้ขบวนการนี้”

โดยยื่นหลักฐานไปยัดใส่มือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ชี้ให้เห็นถึง “ธุรกรรมการเงินมีความผิดปกติ” อย่างโจ่งแจ้งที่สุด เริ่มต้นเพียง 330 บาท เป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทที่มี “อดีตรมต.” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เข้าซื้อกิจการมีมูลค่าสูงกว่าเป็นล้านเท่า
บริษัทนี้เชื่อมโยง “บุคคลที่มีรายชื่อในสหรัฐอเมริกา-ปลายทาง” เชื่อมโยงถึง “บริษัทพลังงานหลักของไทย” จุดชนวนให้ “ปปง.” เห็นความผิดปกติเริ่มต้นกระบวนการสอบ เพื่อขยายผลเชื่อมโยงไปยังรายชื่อบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เปิดประตูสู่การระงับทำธุรกรรม อายัดทรัพย์ ป้องกันโยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน
จับมือ “ก.ล.ต.-สถาบันการเงิน” สแกนค้นหาธุรกรรมที่ผิดปกติ ย่อมพบ “เจ้าของเงิน” ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ชี้ช่องให้ถึงขั้นนี้หาก “ปปง.-ก.ล.ต.” ที่เป็นองค์กรร่วมในวาระแห่งชาติ ยังขยับเหมือน “เต่า” ย่อมทำให้สังคมข้องใจเหมือนที่ “ทอม ไรต์” ตั้งข้อสังเกต
ข้อมูลที่พรรคประชาธิปัตย์แย้มให้เห็น อาจสะเทือนถึงเก้าอี้ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้โยงถึง “คนที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของบุคคลที่โลกสงสัยเกี่ยวข้องขบวนการสแกมเมอร์ ไม่สมควรมีตำแหน่งทางการเมือง แต่เมื่อรัฐบาลตั้งไปแล้ว สิ่งแรกที่พิสูจน์รัฐบาลต้องเขี่ยพ้นจากตำแหน่ง”
ในเมื่อ “ตำแหน่งทางการเมือง” เริ่มตั้งแต่รัฐมนตรีที่ตรวจสอบคุณสมบัติทุกด่าน แม้มีบางคนมีตำหนิ
แต่ยังไม่มี “นักร้องไมค์ทองคำ” ไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิด “นายกฯ หนู” ปมผิดจริยธรรมร้ายแรง
“ตำแหน่งทางการเมือง” ที่ “พี่มาร์ค” ระบุถึง ตามกระบวนการต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ที่มีนายกฯ นั่งเป็นประธานการประชุมอยู่ด้วย

ปมร้อนแบบนี้ รอจังหวะการเมืองที่เหมาะ ๆ เชื่อว่า คงมี “มือดี” ยื่นเรื่องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิด “สายล่อฟ้าคนใหม่” เพื่อเขย่าทางการเมือง ตีแสกหน้า ไปที่ “นายกฯ หนู” กระทบชิ่งไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล และยังช่วยให้สังคมช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของ “ท่านเปา” ทางอ้อม
เพราะตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง มาตรา 9 (5) ระบุว่า “ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งรมต. ต้องไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี”
บางกระทรวงที่ตั้งแท่นตั้งข้าราชการการเมือง ยังต้องถอยฉาก ไม่กล้าผลักดันคนของตัวเองขึ้นมา เมื่อเจอตอกฎหมายฉบับนี้ หวั่นเป็นกลายเป็นปมร้อนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
แต่กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงเป็น “ตำแหน่งทางการเมือง” ที่ ครม.ไฟเขียวแล้ว เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องมี “ผู้กล้า” ไปร้องทดสอบอำนาจหน้าที่ของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” และพิสูจน์ “ทฤษฎีเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”
……………………………
คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎรเต็มขั้น






































