DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 5 จุดในกรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin หลังพบข้อมูลอาจกระทบความมั่นคง พร้อมรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มกราคม ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงถึงกรณีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 5 จุดในกรุงเทพมหานคร ได้แก่
- บริษัท ทีไอดีซี โฮสดิ้ง จำกัด เลขที่ 18 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
- บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด อาคารเลขที่ 127 เกษรทาวเวอร์ ชั้น 25 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
- บริษัท ทีไอดีซี จำกัด อาคารเลขที่ 127 เกษรทาวเวอร์ ชั้น 25 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
- บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) เลขที่ 11/1 ซอยรามคำแหง 121 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
- บ้านพักของนายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด ในหมู่บ้านลดาวัลย์ พระราม 2
การตรวจค้นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร และพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (คดีพิเศษที่ 148/2568)
ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจค้นพบว่าที่บ้านพักของผู้บริหารบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด มีการตรวจยึดเอกสารบางส่วน ขณะที่การตรวจค้นบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) พบเครื่องสแกนม่านตาจำนวน 4 ชุด ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบว่าข้อมูลม่านตาของประชาชนชาวไทยจำนวน 1.2 ล้านคนถูกเก็บและถ่ายโอนไปยังที่ใดบ้าง เนื่องจากข้อมูลนี้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ การตรวจสอบยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานเพื่อพิจารณาฐานความผิดและผู้กระทำความผิด โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อประเมินการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งอาจเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้
ร.ต.อ.สุรวุฒิ เผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจค้นและพูดคุยกับกรรมการบางบริษัท มีการปฏิเสธว่าข้อมูลม่านตาไม่ได้ถูกจัดเก็บหรือถูกลบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอไม่เชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว จึงต้องใช้พยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ขณะที่บริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด เดิมมีผู้ก่อตั้งเป็นชาวสิงคโปร์ ก่อนจะมีการโอนหุ้นให้กับนายโอภาส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้พบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทและต้องตรวจสอบหาตัวผู้รับผิดชอบหลัก
สำหรับที่มาของเครื่องสแกนม่านตา พบว่าบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด เป็นผู้ประสานกับบริษัทต่างประเทศในการนำเข้าเครื่องสแกน และบริษัทก่อตั้งหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัทไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567
ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่มีภาพการลงนาม MOU ร่วมเป็นสักขีพยานของ ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย ขณะนั้น ดีเอสไอจะเชิญมาให้ปากคำเพื่อสอบถามความเกี่ยวข้องด้วย
ขณะเดียวกัน การให้ข้อมูลของอดีตรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความสอดคล้องกันในบางประเด็น แต่มีความคลาดเคลื่อนบ้าง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์หลายปีที่ผ่านมา ดีเอสไอจึงต้องใช้เวลาในการขยายผลสอบสวน และวางไทม์ไลน์การดำเนินการแต่ละสัปดาห์อย่างเป็นระบบ
ร.ต.อ.สุรวุฒิ ระบุว่า ข้อมูลม่านตาของประชาชนมีความอ่อนไหวทางชีวภาพ จึงต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ พร้อมขอให้ผู้ที่เคยสแกนม่านตาเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากมีผู้ให้ข้อมูลเพียงเล็กน้อย ส่วนวิธีการทำงานของเครื่องสแกนม่านตา ดีเอสไอก็สามารถทำความเข้าใจฟังก์ชันการทำงานบางส่วน และสอดคล้องกับการสอบสวนที่ดำเนินอยู่ ซึ่งหากมีความคืบหน้าใด ๆ จะรายงานให้สังคมทราบต่อไป





















