เมื่อปลายเดือน มิ.ย.69 คณะกรรมาธิการทหาร รัฐสภา ได้ติดตามความก้าวหน้า โครงการจัดหาเรือดำน้ำและอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของกองทัพเรือ
‘กองทัพเรือ’ ได้ชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการจัดหาเรือดำน้ำและระบบสนับสนุนว่า ปัจจุบัน การก่อสร้างตัวเรือมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 62 อย่างไรก็ตาม โครงการประสบปัญหาความล่าช้า เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเยอรมนี ซึ่งไม่สามารถส่งออกเครื่องยนต์ MTU ได้ จึงได้มีการเจรจาแก้ไขสัญญาเพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ CHD620 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยได้ลงนามแก้ไขสัญญาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.68 เครื่องยนต์ดังกล่าว ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Lloyd’sRegister ประเทศอังกฤษ (สัญญาสาขาจีน)
‘กองทัพเรือ’ คาดว่า จะสามารถนำเรือลงน้ำได้ในช่วงเดือน ก.ค.2570 และส่งมอบให้กองทัพเรือไทยได้ภายในวันที่ 16 ม.ค.2572
สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณ ได้ดำเนินการเบิกจ่ายไปแล้วร้อยละ 63 ส่วนงวดถัดไป จะใช้วิธีโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากโครงการอื่นภายในเหล่าทัพที่มีความล่าช้ามาชำระแทน

นอกจากนี้ ‘ฝ่ายจีน’ ได้เสนอมาตรการชดเชยเพิ่มเติม อาทิ การขยายระยะเวลารับประกันอะไหล่ การเพิ่มโควตาการฝึกอบรมกำลังพล และการสนับสนุนลูกอาวุธจำลอง
ในส่วนของ ระบบสนับสนุนเรือดำน้ำ 7 โครงการ มีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 5 โครงการ ได้แก่ ท่าจอดเรือดำน้ำระยะที่ 1 อาคารทดสอบตอร์ปิโด อาคารทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถี อาคารบ้านพักข้าราชการ และอาคารศูนย์ปฏิบัติการทางไกล
ขณะที่อีก 2 โครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ ท่าจอดเรือดำน้ำระยะที่ 2 ซึ่งผู้รับจ้างเดิมได้ทิ้งงานเนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน และปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างใหม่
รวมทั้ง โครงการโรงซ่อมบำรุงเรือดำน้ำ ซึ่งประสบปัญหาการปรับแนวเสาไฟฟ้าลงใต้ดินในพื้นที่ EEC จึงต้องปรับลดเนื้องานระบบไฟฟ้าออกจากสัญญาเดิมเพื่อนำไปดำเนินการในระยะที่ 2 ต่อไป
สำหรับระบบสื่อสารทางยุทธวิธีได้ชะลอโครงการไว้เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขสัญญาหลัก และมีแผนจะเสนอขอตั้งงบประมาณใหม่ในปี พ.ศ.2570

ส่วน โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง (UAV Hermes 900) กองทัพเรือชี้แจงว่า สัญญาประกอบด้วยอากาศยานทั้งหมด 7 ลำ โดยมีกำหนดส่งมอบงวดสุดท้ายในวันที่ 7 ต.ค.2569
ปัจจุบันอากาศยานลำที่ 1-2 ได้เดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาแล้ว ส่วนลำที่ 3-5 มีกำหนดส่งมอบในวันที่ 29 มิ.ย.2569 และลำที่ 6-7 จะส่งมอบในช่วงปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน 2569 โดยปรับรูปแบบการขนส่งจากทางเรือเป็นทางอากาศ เพื่อเร่งรัดการส่งมอบจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล
ทั้งนี้ ระบบควบคุมภาคพื้นดินได้ติดตั้งใน 2 อำเภอ และกองทัพเรือภาคที่ 1 สามารถรองรับการควบคุมการบินพร้อมกันได้ในรูปแบบ 2+1 ลำ โดยบริษัท ElbitSystems ได้ทำสัญญารับช่วงเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมผ่านบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 2 ปีแรก
นอกจากนี้ UAV รุ่น Hermes 900 ของกองทัพเรือได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางทะเล สามารถทนต่อไอเกลือและความชื้นสูง ติดตั้งเรดาร์ตรวจการณ์ทางทะเลระยะไกล และมีระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสำหรับควบคุมการบินระยะพันแนวสายตา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีข้อสังเกตว่า กองทัพเรือและกระทรวงกลาโหมควรนำกรณีดังกล่าวไปเป็นบทเรียน ในการจัดทำสัญญาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) ในอนาคต โดยต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเมืองและสถานการณ์สงครามของประเทศคู่ค้า
รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขการผิดสัญญาให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้กองทัพเรือจัดส่งเอกสารสรุปความก้าวหน้า แผนภาพโครงการเรือดำน้ำ และรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับช่องสัญญาณดาวเทียม ที่ทำสัญญารับช่วงร่วมกับไทยคมให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป
…………….
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram




















