“ทหารผนึกพลังประชาชน” สร้างแนวรั้วชายแดนจันทบุรี

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…..การสร้างรั้วชายแดนเป็นมาตรการเสริมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และการเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ….”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.69 สถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ที่บริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จังหวัดสระแก้ว จำเป็นต้องกำหนดเวลาเข้าออก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

@@@…..กองทัพภาคที่ 1ได้ชี้แจงว่า กกล. บูรพา โดย ฉก. โคกสูง ได้ประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่บ้านหนองจาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ล่อแหลม และตรวจพบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนควบคุมมิให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ เข้ามาสร้างประเด็น หรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ระหว่างรอกระบวนการรังวัดที่ดิน โดย ฉก. โคกสูงได้ประกาศควบคุมพื้นที่เฉพาะบริเวณ ตามห้วงเวลา 18.00 น.ถึง 06.00 น. แต่มิได้ห้ามให้ประชาชนออกจากบ้านเรือน หรือเดินทางสัญจรแต่อย่างใด โดยอนุญาตให้ชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินสามารถเข้าพื้นที่ได้ในห้วงเวลา 06.00 – 18.00 น. ตามปกติ ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าว มีการตรวจพบวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก การสัญจรในเวลากลางคืนอาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวบ้านรวมไปถึงกำลังพลที่รับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านเข้าพื้นที่ดังกล่าว

@@@……นอกจากนี้ บางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ที่อาจจะมีการปรับปรุงฐานที่มั่นหรือการปฏิบัติทางทหาร ฉก.โคกสูง จึงกำหนดให้มีการใช้เส้นทางเข้า-ออก ในพื้นที่การเกษตร เพียงเส้นทางเดียว เพื่อให้การเฝ้าตรวจรักษาความสงบในพื้นที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเส้นทางอื่น มีความจำเป็นสำหรับใช้ในภารกิจทางทหาร ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 โดยกกล. บูรพา ขอยืนยันว่า ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มศักยภาพ มีการวางกำลังตลอดแนวชายแดน อีกทั้งมีการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

@@@……กองทัพเรือ…..พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือขอชื่นชมความร่วมมือของประชาชน ภาคเอกชน ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่ได้ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงบริเวณช่วงระหว่างหลักเขตแดนที่ 51–52 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อเสริมมาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดน การกระทำผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน

@@@……การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักด้านความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมแรง ร่วมวัสดุอุปกรณ์ และร่วมดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันชายแดน อันเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แนวรั้วลวดหนามหีบเพลงดังกล่าวเป็นมาตรการเสริมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และการเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจะทำงานควบคู่กับการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และมาตรการรักษาความมั่นคงอื่น ๆ ของนาวิกโยธิน เพื่อยกระดับการควบคุมพื้นที่ชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

@@@……โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ความมั่นคงของชาติเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การรวมพลังของประชาชนกับเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการสร้างแนวรั้วชายแดน หากยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเสริมประสิทธิภาพการป้องกันประเทศจากฐานรากอย่างยั่งยืน กองทัพเรือขอขอบคุณประชาชน ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และทุกหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนภารกิจดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปกป้องอธิปไตย ดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

@@@……ลงพื้นที่….พล.อ.ต. ชิตพล ก่อกิจสัมมากุล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT Thailand) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวม 9 ราย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและตรวจสอบสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พล.ร.ต. อุดม กุลศิริปัญโญ เสนาธิการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ได้เข้าตรวจสอบความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง “รั้วความมั่นคงชายแดน” บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-59 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 45% โดยโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายยกระดับความปลอดภัยและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิจุฬาภรณ์ ผ่านกองทุนหทัยทิพย์

@@@……ในส่วนของกระแสข้อสงสัยเรื่อง “ช่องว่าง” บริเวณแนวกำแพงหลักเขตที่ 52 ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีได้ชี้แจงต่อคณะผู้สังเกตการณ์อย่างชัดเจนว่า เป็นขั้นตอนการก่อสร้างทางวิศวกรรมที่ต้องเว้นไว้รอการปรับปรุงตามข้อสรุปของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) โดยในอนาคตจะมีการติดตั้งแผงเปิด-ปิดได้ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบหลักเขตแดนร่วมกันของทั้งสองประเทศ ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และได้รับความร่วมมือในการสังเกตการณ์จากฝ่ายกัมพูชาในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ พื้นที่รูปตัว ก., จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด และจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม เพื่อประเมินมาตรการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ซึ่งกองทัพไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยควบคู่ไปกับการสร้างสันติภาพและความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านตามกรอบความร่วมมืออาเซียนอย่างเคร่งครัด

@@@……สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ….พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานงานแถลงยุทธศาสตร์ทหาร ของนักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหารและวิทยาลัยการทัพ เพื่อกำหนดทิศทางการป้องกันประเทศสู่อนาคต ภายใต้กรอบแนวคิด “Minimum Viable Defense 2036” กองทัพที่มีขีดความสามารถที่เพียงพอ คล่องตัว และพร้อมรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ โดยมีผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ร่วมให้การต้อนรับ

@@@……กองทัพไทย โดย วิทยาลัยเสนาธิการทหาร ร่วมกับวิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ ร่วมจัดงานแถลงยุทธศาสตร์ทหารของ นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหารและวิทยาลัยการทัพ ภายใต้ กรอบแนวคิด “Minimum Viable Defense 2036” โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ นักศึกษาสถาบันการศึกษาทางทหาร และสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอวิสัยทัศน์ และทิศทางการพัฒนากองทัพไทยในระยะ 10 ปีข้างหน้า

@@@……ยุทธศาสตร์ทหาร “Minimum Viable Defense 2036” เป็นกรอบแนวคิดใหม่ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างกองทัพที่มีขนาดเพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิภาพสูงใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามทางทหารรูปแบบดั้งเดิม สงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) การปฏิบัติการในพื้นที่สีเทา (Grey Zone Operations) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ อากาศยานไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ และภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ การแถลงยุทธศาสตร์ครั้งนี้ นำเสนอภายใต้กรอบแนวทางสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. การพัฒนากองทัพที่มีความเพียงพอ เหมาะสม และคล่องตัวพร้อมรบ (Agile and Ready Force) 2. การบูรณาการการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพบนพื้นฐานหลักการแนวคิด Multi-Domain Operations (MDO) and Joint All-Domain Operations (JADO) 3. การประยุกต์ใช้ ระบบไร้คนขับและระบบอัตโนมัติ ในการปฏิบัติการทางทหาร 4. การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นวัตกรรม และความมั่นคงของไทยสู่การพึ่งพาตนเองเพื่อความยั่งยืน

@@@……ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กองทัพไทยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความพร้อมในการป้องกันประเทศ ความคุ้มค่าของงบประมาณ และการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยยึดหลักการเป็น “กองทัพแห่งอนาคต” ที่มีความทันสมัย โปร่งใส และสามารถรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในทุกมิติ งานแถลงยุทธศาสตร์ ทหาร “Minimum Viable Defense 2036” ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกำหนดทิศทางการป้องกันประเทศในทศวรรษหน้า และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อ ขับเคลื่อนความมั่นคงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img