‘พริษฐ์’หวดรัฐมนตรีดาหน้าโดดกระทู้สด ซัดเจริญรอยตามนายกฯ-หนีจนเป็นนิสัย!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ฟังไม่ขึ้น! ฝ่ายค้านเดือด รัฐมนตรีอ้างติดภารกิจชิ่งตอบกระทู้สด “ไอติม” ชี้ต้นตอเพราะผู้นำไม่ทำเป็นตัวอย่าง ลั่นกระทู้นัดล่วงหน้าทุกสัปดาห์ถามจริงไม่รู้หรือแกล้งเมิน พร้อมบี้ รมว.ยุติธรรม เคลียร์ปมร้อน “ฮั้ว สว.”

วันที่ 7 ก.ค.2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ ว่า ในวันพุธนี้จะมีการพิจารณากฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเข้ามาใหม่เช่นพ.ร.บ.โรงแรมและ พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง และกฎหมายที่สว.มีการปรับแก้ไข ส่งเข้ามา เช่น พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือพ.ร.บ .นิรโทษกรรม หลังจากนั้นจะต้องดูว่าจะมีวาระอะไรเพิ่มเติม ส่วนวันพฤหัสบดีจะมีรายงานของ 5 หน่วยงาน การตั้งกระทู้สดของสัปดาห์นี้ตามที่มีการตกลงกันในห้องประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะเป็นกระทู้ของพรรคฝ่ายค้าน โดยสัปดาห์ที่แล้วหลังสอบถามเรื่องฮั้วสว. ไว้ แต่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มาตอบ สัปดาห์นี้จึงอยากให้ท่านมาตอบด้วย

นายพริษฐ์  กล่าวว่า จริงๆ รัฐมนตรีทุกคนทราบอยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของตัวเองตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้อง รับผิดชอบต่อสภา ซึ่งรูปธรรมอย่างหนึ่งคือการตอบกระทู้สด กระทู้ทั่วไป กระทู้แยกเฉพาะ ซึ่งเรื่องกระทู้สดมีการนัดหมาย ล่วงหน้าทุกสัปดาห์อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี เพราะฉะนั้นที่อ้างว่าติดภารกิจนัดหมายล่วงหน้าไว้อาจเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้ตนชวนคิดว่า เหตุผลอย่างหนึ่งที่รัฐมนตรีหลายคนอาจจะไม่มาตอบกระทู้ เพราะเขามองไปที่ผู้นำของเขา ซึ่งจะสังเกตหรือไม่ว่า นายกรัฐมนตรีไม่เคยมาตอบกระทู้ที่เราถามถึงการบริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมการปกครอง ดังนั้น ตนคิดว่าวิธีการที่จะทำให้รัฐมนตรีทุกคนมาตอบกระทู้ในสภาคือการที่ผู้บริหารสูงสุดหรือนายกฯ ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองรับผิดชอบต่อสภาด้วยการมาตอบกระทู้

เมื่อถามถึงกระทู้สดที่เตรียมสอบถาม 3 เรื่องคืออะไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องหัวข้อกระทู้สดนั้นตามข้อบังคับจะมีการแจ้งในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี เพราะต้องรอดูมติครม. ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ หรือเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ ทั้งนี้หากหัวข้อที่เตรียมไว้แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ทราบว่าสัปดาห์นี้ไม่การไม่มีการประชุมรัฐสภาแล้วเป็นเพราะอะไร เสียดายหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า เดิมประธานรัฐสภานัดหมายอย่างไม่เป็นทางการว่าจะมีการประชุมวันที่ 7-8 ก.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่พอหลายฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านได้มีข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการ ว่าพร้อมที่จะรอให้ร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน เข้ามาพิจารณาพร้อมกับร่างพรรคการเมือง แต่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือประธานรัฐสภาควรนัดประชุม 3 ฝ่ายเพื่อหารือร่วมกันว่า เมื่อวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ต้องรอร่างภาคประชาชนก่อนแล้ว วันที่ 7-8 ก.ค. จะพิจารณาเรื่องอะไรดี เพราะยังมีหลายวาระที่ค้างการพิจารณาในสภาอยู่ แต่กลับไม่มีการนัดหมาย จนเวลาล่วงเลยมา ตนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เหตุผลหนึ่งที่ประธานรัฐสภาไม่กระตือรือร้น เพราะวาระที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรามาตรา 236 ที่เสนอโดยพรรคประชาชน เมื่อหลายเดือนที่แล้ว โดยเสนอให้ตัดดุลพินิจหรืออำนาจของประธานรัฐสภาที่สามารถปัดตกคำร้อง ของสมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชนที่ร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่

“ผมขอสอบถามเจตนาของประธานรัฐสภาด้วยว่า คำร้องที่สส.และสว.ยื่น เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ชอบของป.ป.ช.กรณีมีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ตอนนี้ถึงไหนแล้ว เพราะยื่นไปหลายสัปดาห์แล้วเข้าใจว่ารายชื่ออะไรก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอเพียงการตัดสินใจของประธานสภา ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนหรือจะปัดตกคำร้องดังกล่าว” นายพริษฐ์ กล่าว และว่า ตนรู้ว่าข้อบังคับไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่เทียบจากเรื่องร้องเรียนเมื่อปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569 ทางประธานรัฐสภาใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ก็ส่งศาลฎีกาแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ประธานรัฐสภาก็ไม่ควรใช้เวลานานขนาดนั้น ซึ่งถ้ามองตามกรอบ 6 สัปดาห์ก็ใกล้จะสิ้นสุดแล้วจึงเรียกร้อง ขอความชัดเจนว่าตกลงจะตัดสินใจได้ภายในเมื่อไหร่ว่า จะส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา หรือปัดตก ซึ่งตนหวังว่าท่านจะไม่ปัดตก เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า หากมีเหตุอันควรสงสัยคือไม่ต้องฟันธงว่าป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือไม่ก็ต้องส่งเรื่อง ต่อไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวน ก็รอคำตอบจากประธานสภาอยู่

เมื่อถามว่า ตอนนี้ใกล้ปิดสมัยประชุมสภาแล้ว ถือว่าเรื่องล่าช้าหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่าตนพูดเอาไว้ตั้งแต่วันที่ยื่นเรื่อง โดยมีสื่อมวลชนสอบถามว่ากรอบเวลาที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งตนก็ได้ตอบเอาไว้ว่าควรจะดำเนินการภายในสมัยการประชุมนี้ ดังนั้นเหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ จึงฝากประธานสภาในเรื่องนี้ด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img