หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ประกาศจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบหมวด 1 และหมวด 2 พร้อมผลักดันสิทธิเสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการเมืองร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อฝ่าวิกฤตประเทศ
เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ตลาดกลางเมืองตรัง “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่สนับสนุนมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากของรัฐสภา ที่เห็นชัดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ขณะเดียวกัน พรรคมีจุดยืนเข้มแข็งในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยจากภัยพิบัติ และการเปิดช่องให้ประชาชนสามารถฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่กระทำโดยประมาท จนก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
“นี่คือจุดยืนที่มั่นคงของพรรคไทยก้าวใหม่ เราต้องการให้ประชาชนมีสิทธิ มีเสียง และได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง” ดร.สุชัชวีร์ กล่าว
สำหรับท่าทีการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่ประกาศชัดตั้งแต่วันเปิดตัวพรรคว่า ต้องการการเมืองแบบสร้างสรรค์ พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญปัญหารอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ซบเซา ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง การศึกษา สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ
ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่การเมืองไทยต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง เลิกการเมืองแบบเดิม ๆ และหันมาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
ในประเด็นการทำประชามติ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สะท้อนความเท่าเทียมของประชาชนทุกคน พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจอย่างอิสระ และยอมรับผลประชามติบนพื้นฐานของเหตุผล
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเรื่องประชามติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
เมื่อถูกถามถึงบรรยากาศการปราศรัยโจมตีกันระหว่างพรรคการเมือง ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี และยืนยันว่าพรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ใช้การเมืองแห่งความขัดแย้ง เพราะไม่ช่วยให้ประเทศก้าวหน้า
“ความสามัคคีคือพลังของชาติ ชาติใดมีความสามัคคี ชาตินั้นจะเจริญและเข้มแข็ง” ดร.สุชัชวีร์ กล่าว



















