“พริษฐ์” เปิดคลิปอ้างเป็นหลักฐานคดีฮั้ว สว. ตั้ง 4 คำถามถึง กกต. จี้ส่งคดีให้ศาลพิจารณาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.69 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมข้อความระบุว่า “เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว.” โดยมีคำพูดของบุคคลที่ระบุว่าเป็นกรรมการการเลือกตั้งในคลิปว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
นายพริษฐ์ ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ร้องเรียน ซึ่งได้นำมายื่นต่อรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทีมงานได้ปรับเพิ่มความดังของเสียงและเบลอใบหน้าผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นรายละเอียดของเหตุการณ์ชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ในช่วงการลงคะแนนรอบไขว้ เวลาประมาณ 19.00 น. โดยปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ กกต. และชายซึ่งนายพริษฐ์ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นหนึ่งในกรรมการการเลือกตั้ง เดินเก็บเอกสารหรือ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวข้อความที่สื่อถึงความกังวลเกี่ยวกับความสุจริตของการเลือกตั้ง
นายพริษฐ์ยอมรับว่า การจดหมายเลขผู้สมัครเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือก อาจไม่ถือเป็นความผิดในตัวเอง แต่เห็นว่าคลิปดังกล่าวนำไปสู่ข้อสงสัยสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ กรรมการ กกต. พบพฤติการณ์ใดจึงกล่าวข้อความดังกล่าว, หลังเก็บโพยแล้วมีการประชุมเพื่อพิจารณาระงับหรือยกเลิกการเลือกตามที่กฎหมายให้อำนาจหรือไม่, กกต. ได้นำโพยและหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานอื่นในคดีฮั้ว สว. หรือไม่ และหลักฐานดังกล่าวถูกบรรจุไว้ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 หรือไม่
นายพริษฐ์ยังอ้างถึงแถลงการณ์ของ กกต. ที่เคยชี้แจงเมื่อปี 2568 ว่า การนำเอกสารที่จดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในสถานที่เลือกตั้งเพียงอย่างเดียว อาจไม่ถือเป็นความผิด แต่เห็นว่าแถลงการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการของ กกต. หลังพบพฤติการณ์ดังกล่าว
พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่า บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความสำคัญต่อทิศทางของคดีฮั้ว สว. ภายหลังคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 229 ราย โดยระบุว่า กกต. จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อกังวลของสังคมต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ทั้งในประเด็นที่กรรมการ กกต. บางส่วนได้รับการรับรองจากสมาชิกวุฒิสภาชุดที่กำลังถูกตรวจสอบ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยเฉพาะกิจ รวมถึงข้อสงสัยว่ามีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างครบถ้วนหรือไม่
นายพริษฐ์ระบุทิ้งท้ายว่า หาก กกต. ต้องการสร้างความเชื่อมั่นและคลายข้อครหาของสังคม ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งคดีทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และปล่อยให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อไป




















