นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบรัฐบาล ถกมาตรการความปลอดภัยงานก่อสร้างคมนาคม หลังเกิดเหตุเครนถล่มโครงการรถไฟความเร็วสูงโคราช และทางด่วนพระราม 2 ภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ย้ำรัฐต้องรับผิดชอบผู้โดยสาร พร้อมหาทางเอาผิดผู้รับเหมาอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มกราคม 69 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการคมนาคม หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มในหลายพื้นที่ภายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
การประชุมครั้งนี้มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อัยการสูงสุด ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ การประชุมมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถล่มเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา รวมถึงกรณีเครนก่อสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 บริเวณก่อนขึ้นสะพานท่าจีน ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ถล่มในช่วงเช้าวันนี้
ก่อนการประชุม นายอนุทินกล่าวว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อกำหนดแนวทางออกมาตรการ แก้ไขกฎหมาย หรือออกกฎกระทรวงเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานก่อสร้าง การจัดจ้างผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งแม้การก่อสร้างจะถูกระงับ แต่ยังไม่มีการยกเลิกสัญญา หรือดำเนินการใด ๆ กับผู้รับจ้างอย่างชัดเจน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุการณ์เครนหล่นใส่ขบวนรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ให้บริการขนส่งมวลชน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการ แม้ความเสียหายจะเกิดจากผู้รับเหมา แต่ รฟท. ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อประชาชนได้
นายอนุทินกล่าวย้ำว่า ความรับผิดชอบจากเหตุการณ์ดังกล่าวมี 2 ส่วน คือ ความรับผิดชอบของรัฐในฐานะผู้ให้บริการประชาชน และการดำเนินการตามสัญญาเพื่อเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางการดำเนินการกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด หากไม่สามารถยกเลิกสัญญา เรียกค่าเสียหาย หรือขึ้นบัญชีดำได้ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า แม้รัฐบาลจะอยู่ในสถานะรักษาการ แต่ยังมีความรับผิดชอบเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา และต้องสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
“วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาครบ เราจะต้องออกจากที่ประชุมนี้พร้อมมาตรการที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเยียวยาความรู้สึกของผู้สูญเสีย เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซ้อนภายในเวลาใกล้เคียงกัน และมีผู้รับจ้างรายเดียวกัน ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้” นายอนุทินกล่าว



















