“……พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษแก่ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก เพื่อเชิดชูเกียรติและเกียรติศักดิ์แห่งการเป็นทหารอาชีพอย่างสูงสุด…..”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 17 ม.ค.69 ชวงนี้สถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ได้สงบลงชั่วคราว ซึ่งไม่รู้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะละเมอทำปืนลั่นตกใส่ฝั่งไทยอีกตอนไหน อย่างไรก็ตามกองทัพยังคงส่งทหารเฝ้าตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ที่เขมรยอมสงบศึก แต่ยังมีข่าวว่าเขมรแอบส่งอาวุธเสริมเข้ามา ทั้งนี้ที่หยุดยิงเพื่อรอให้ไทยเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ก่อนค่อยเดินหน้าต่อ… ถึงได้เชียร์ให้คนไทยเลือกพรรคไหน ผู้นำเขมรเองคงลุ้นเช่นกันว่า หากได้พรรคที่มีใจเอนเอียงเข้าข้างเขมรคงจะเจรจาในการขอคืนพื้นที่ที่ทหารไทยเสียสละชีวิตยึดมาได้คืนให้กับเขมรกระมัง….??

@@@……จากสถานการณ์การสู้รบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียแก่กำลังพลของกองทัพบก ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ และคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษแก่ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก เพื่อเชิดชูเกียรติและเกียรติศักดิ์แห่งการเป็นทหารอาชีพอย่างสูงสุด การพระราชทานยศดังกล่าว เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุดในการสดุดีเกียรติยศและความเสียสละของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ เป็นการประกาศเกียรติคุณถึงการอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความผาสุกของประชาชน เป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ และจะได้รับการจารึกไว้ด้วยเกียรติศักดิ์และความภาคภูมิใจสืบไป

@@@……ทั้งนี้ การพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษตามราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 3 ฉบับ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบกได้รับพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษจำนวน 42 นาย ผู้ซึ่งเสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในเวลาเหตุฉุกเฉิน บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ห้วงวันที่ 24–28 กรกฎาคม 2568 และ 7–27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กองทัพบกและข้าราชการทหารทุกนาย ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอถวายสัตย์ปฏิญาณจะน้อมนำพระราชปณิธานเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และจงรักภักดี เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมุ่งมั่นพิทักษ์รักษาอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และความผาสุกของประชาชนสืบไป

@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 จัดชุดตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิด พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ สนับสนุน กองพันทหารราบที่ 24 ตรวจค้นทุ่นระเบิดบริเวณพื้นที่ ช่องเสม็ด

@@@……ผลการปฏิบัติตรวจไม่พบทุ่นระเบิด/UXO สนับสนุน กองพันทหารราบที่ 29 ตรวจค้นทุ่นระเบิดบริเวณพื้นที่ ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ทำการตรวจพื้นที่และเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เกิดจากการสู้รบเพื่อทำให้ปลอดภัย ผลการพิสูจน์ทราบตรวจพบ กระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร จำนวน 8 นัด หน่วยได้ทำการเก็บกู้สรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) นำไปเก็บรักษาไว้ที่คลัง เพื่อรอการอนุมัติทำลายต่อไป ซึ่งภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
@@@……18 มกราคม 2569 เป็นวันกองทัพไทย นับเป็นวันสำคัญยิ่งที่ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการป้องกันรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ เป็นวันแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ขอเชิญรับชมสารคดีพิเศษ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ในวันที่ 18 มกราคม 2569 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) หลังข่าวภาคค่ำ หรือสามารถรับชมได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ของกองบัญชาการกองทัพไทย
@@@……นอกเหนือจากการประกอบพิธีอันทรงเกียรติแล้ว ยังมีอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่เปี่ยมด้วยความหมายยิ่ง คือ พิธีบรรจุดินจากสมรภูมิสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย ดินจากผืนแผ่นดินที่บรรพชนเคยยืนหยัด ต่อสู้ และหลั่งเลือดเพื่อปกป้องเอกราช รวมทั้งสิ้น 10 สมรภูมิ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณนักรบของชนชาติไทยในทุกยุคทุกสมัย และจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 นั้น ปัจจุบันกองทัพไทยได้เพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 ในนาม “ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568” เพื่อจารึกเรื่องราวแห่งการยืนหยัดของทหารกล้าในยุคปัจจุบัน เพื่อบอกเล่ากับลูกหลานในวันข้างหน้าว่า แผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว มิได้มาโดยง่าย หากแต่แลกมาด้วยชีวิต เลือดเนื้อ และหัวใจของผู้เสียสละ พิธีบรรจุดินสมรภูมิครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงพิธีกรรมหากคือการจดจำ การยกย่อง เชิดชูเกียรติ และขอขอบคุณวีรชนผู้สละชีพ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและราชอาณาจักรไทยอันเป็นมาตุภูมิ ให้มั่นคง ยืนยง และคงอยู่สืบไปตลอดกาล

@@@……กองทัพเรือ…..พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ดำเนินมาตรการคุมเข้มพื้นที่แนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมือง อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการหลอกลวงทางออนไลน์ (Cyber Scam) โดย ฉก.นย.จันทบุรี ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ตรวจพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 13 ราย เดินลัดเลาะในภูมิประเทศตามแนวชายแดน บริเวณบ้านสวนส้ม ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้น บุคคลทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางได้
@@@……ทั้งนี้ จากการซักถามเบื้องต้นทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ (Cyber Scam) ซึ่งมีการใช้แรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดในประเทศเพื่อนบ้าน และใช้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นเส้นทางหลบหนีหรือเดินทางเข้าออก เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือได้ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเพื่อสอบสวนขั้นต้น ก่อนประสานส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และสถานีตำรวจภูธรสะตอน ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

@@@……นอกจากนี้ กปช.จต. โดย ฉก.นย.จันทบุรี ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยพยายามลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณริมคลองตะเคียน พื้นที่หมู่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากการตรวจค้นพบว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเตรียมนำยาเสพติดข้ามไปจำหน่ายในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวพร้อมของกลาง ส่งสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือยืนยันว่า การปฏิบัติการทั้งสองกรณีเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เคารพสิทธิมนุษยชน และยึดหลักความโปร่งใส โดยจะยังคง เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชายแดน ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด และอาชญากรรมทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ เพื่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน

@@@……กองทัพบก….จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสารของรถด่วนขบวนที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) ที่กำลังวิ่งผ่านในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ตู้รถไฟตกราง เกิดเพลิงไหม้บริเวณหัวขบวนอย่างรวดเร็ว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งมีผู้โดยสารติดค้างภายในขบวนรถ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับทราบสถานการณ์ และมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กองพลพัฒนาที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่ จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว พร้อมสิ่งอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับส่วนราชการและมูลนิธิอาสาภาคประชาชน เร่งให้การช่วยเหลือเหตุอุบัติภัยหมู่ เคลื่อนย้ายประชาชนผู้บาดเจ็บนำส่งเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลในพื้นที่ในทันที พร้อมอพยพประชาชนที่ติดค้างในขบวนรถออกมาพักคอยในจุดปลอดภัยที่ทางจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งขณะนี้สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและที่ติดค้างออกจากขบวนรถไฟได้แล้วทุกราย

@@@……นอกจากนี้ กองพลพัฒนาที่ 2 ยังได้จัดกำลังพลประสานร่วมในการวางแผนเตรียมเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ เคลื่อนย้ายเศษวัสดุและเหล็กที่ร่วงหล่นกระทบเส้นการจราจรทางราง รวมทั้งร่วมประเมินสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร รายชื่อของผู้ได้รับอุบัติเหตุและผู้โดยสารในขบวนรถ หรือความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สามารถติดต่อผ่านทาง “ศูนย์ติดตามข้อมูลสถานการณ์ด้านการแพทย์” โทร. 065-506-6499 และ “ศูนย์ประสานข้อมูลเหตุการณ์เครนตกใส่รถไฟ บ.ถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา” รพ.สีคิ้ว โทร. 090-976-8154 และ รพ.สูงเนิน โทร. 044-419-712 ต่อ 116 หรือ 044-286-422 ต่อ 116 ได้ตลอดเวลา
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”




















