“เท้ง”มั่นใจชาวเมืองบรรหารพร้อมเปลี่ยน หลังโพลและโซเชียลชี้ความนิยมพุ่งแรง พร้อมจี้ กกต. เคลียร์ปม “บัตรเขย่ง-ส่งผิดเขต” ในการเลือกตั้งล่วงหน้า อัดกลับเลขาฯ กกต. อ้าง “Human Error” ฟังไม่ขึ้น เตรียมรวบรวมหลักฐานฟ้อง ม.157 หากพบจงใจทุจริตหรือบกพร่องเกินรับได้
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า จากผลโพลและกระแสในโซเชียลมีเดีย พบว่าความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งตนเองและสมาชิกพรรคมีความเชื่อมั่นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ไม่อยากให้ประชาชนมองว่าเป็นเพียงการเลือกนักการเมืองเข้าไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศไทย โดยขอให้ตัดสินใจกาบัตรเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรการเมืองแบบเดิม หากต้องการประเทศไทยที่ดีกว่า ไม่มีสีเทา และคนไทยมีความเท่าเทียมกัน เชื่อว่าพรรคประชาชนคือทางเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อถามถึงหมัดเด็ดในการปราศรัยช่วงครึ่งหลังของการหาเสียง เช่น การประกาศนโยบายหรือประเด็นสำคัญเพิ่มเติม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีเวทีปราศรัยย่อยในหลายจังหวัด และจัดคาราวานหาเสียงทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหมัดเด็ดที่มีอย่างต่อเนื่องทุกวันก่อนการเลือกตั้ง เพื่อสื่อสารกับประชาชนและขอคะแนนเสียงในการหาทางออกให้กับประเทศ
สำหรับเวทีปราศรัยในจังหวัดสุพรรณบุรีช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งจะมีการพบกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ติดตามบรรยากาศ ตนไม่ได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด และเชื่อว่าชาวสุพรรณบุรีได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จากคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะเห็นว่าการใช้สิทธิ์ทั้งสองใบคือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนประเทศไทย
ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าที่พรรคประชาชนพบในหลายหน่วยเลือกตั้งว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน หากพบเหตุผิดปกติที่ชัดเจนว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือเป็นการกระทำโดยเจตนา พรรคก็พร้อมดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด เนื่องจากประชาชนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีกับ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอพิจารณารายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่าหากพบการทุจริตต่อหน้าที่ หรือความบกพร่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ก็พร้อมดำเนินการตามอำนาจของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียง Human error นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หาก กกต.ทำงานเชิงรุกได้ดีกว่านี้ ปัญหาหลายอย่างอาจไม่เกิดขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีการเผยแพร่ข้อมูลของ iLaw ที่มีประชาชนแชร์มากกว่า 1 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องพยายามรักษาสิทธิ์ของตนเอง ทั้งที่ กกต.สามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสจังหวัด ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้
นายณัฐพงษ์ ยังแสดงความกังวลถึงกรณีบัตรเลือกตั้งที่อาจตกน้ำ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หากส่งไปผิดเขตหรือผิดหน่วย อาจทำให้เกิดปัญหาบัตรเขย่ง ซึ่งยังรอคำชี้แจงที่ชัดเจนจาก กกต. ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
นอกจากนี้ กรณีที่ น.ส.ชลณัฎฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยว่าถูกเจ้าหน้าที่ กกต.โทรศัพท์ข่มขู่ หลังออกมาเปิดเผยความผิดพลาดของคิวอาร์โค้ดแนะนำรายชื่อผู้สมัคร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ควรตอบสนองด้วยการข่มขู่หรือฟ้องร้อง เนื่องจาก กกต.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และควรตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของตนเองก่อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้จะพบว่าพรรคการเมืองอื่นบางพรรคมีปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ปัญหาส่วนใหญ่กลับเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน จึงอยากให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม ไม่ให้เกิดเหตุผิดปกติกับพรรคใดพรรคหนึ่ง พร้อมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อรักษาสิทธิ์ของประชาชนและความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งของประเทศ




















