หน้าแรกNEWS“ยศชนัน” ปราศรัยปิดท้ายเทพหัสดิน ชวนคนไทย “กล้าฝัน” ประเทศไร้คอร์รัปชัน

“ยศชนัน” ปราศรัยปิดท้ายเทพหัสดิน ชวนคนไทย “กล้าฝัน” ประเทศไร้คอร์รัปชัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ชี้หากคนไทยช่วยกัน ทุกความฝันเป็นจริงได้ ย้ำ 17 ปีต่อสู้เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยี ก่อนเดินหน้าสานต่อแก้หนี้ทั้งระบบ ยกระดับเศรษฐกิจมูลค่าสูง สร้างรัฐดิจิทัลต้านคอร์รัปชัน พร้อมขอโอกาสประชาชน 8 ก.พ. ให้เพื่อไทยกลับมาดูแลประเทศอีกครั้ง

เมื่อเวลา 21.05 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยปิดท้ายเวทีใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. โดยกล่าวถึง “ความฝันของคนไทย” ที่หลายคนคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าจะเป็นจริงได้

นายยศชนันกล่าวว่า หลายคนอาจคิดแต่ไม่กล้าฝันว่า เกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง ประเทศไทยจะไร้คอร์รัปชัน คนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด เมืองไทยจะมีอากาศสะอาด ปลอดภัยสำหรับลูกหลาน เด็กไทยทุกคนได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด รวมถึงครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย และกลับมาเป็นอาชีพในฝันของเด็กอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความฝันที่ประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ยืนบนลำแข้งของตนอย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ผมเชื่อเสมอว่า สำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปได้ วันที่ 8 ก.พ.นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวังของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง” นายยศชนันกล่าว

นายยศชนันกล่าวต่อว่า ตนเริ่มเส้นทางการต่อสู้เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีตั้งแต่ปี 2551 จากคำถามว่าเหตุใดประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เหตุใดคนไทยจึงไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ และเหตุใดคนพิการจึงไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม โดยตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ตนพิสูจน์แล้วว่าหากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยทำได้ และไม่แพ้ใคร

จากนั้นในปี 2557 ตนก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ ที่คนไทยสร้างขึ้น แต่เมื่อได้สัมผัสปัญหาจริงในสังคม พบว่าความยากลำบากมีมากกว่าที่คิด โดยขณะเดียวกันที่สังคมกำลังพูดถึงอนาคต ยังมีคนไทยจำนวนมากต้องกังวลเรื่อง “ข้าวมื้อต่อไป”

นายยศชนันระบุว่า คนไทยกว่า 3.4 ล้านคนยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมาก อีกทั้งยังเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและการศึกษาอย่างชัดเจนระหว่างเด็กในเมืองและนอกเมือง รวมถึงหลายครอบครัวล้มลงจากปัญหายาเสพติด

นายยศชนันกล่าวว่า แม้การเลือกตั้งครั้งก่อนจะไปไม่ถึงฝั่งฝันจากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ตนได้เรียนรู้ว่า “เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอ” หากปราศจากหัวใจ และความเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า หากได้รับโอกาสอีกครั้ง จะทำหน้าที่ด้วยความเข้าใจในหัวใจของประชาชน และพร้อมแล้วที่จะทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยเป็นจริง

นายยศชนันกล่าวต่อว่า ความหวังของประชาชนมีหลากหลาย ตั้งแต่เกษตรกรที่ต้องการราคาผลผลิตที่ดีขึ้น ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนที่ต้องการกำไรจากการทำกิน เกษตรกรที่ไม่อยากล้มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากน้ำท่วมและน้ำแล้ง ไปจนถึงคนค้าขายที่รอกำลังซื้อ การกลับมาของนักท่องเที่ยว กลุ่ม SME และ Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศ รวมถึงคนทำประมง

ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงความหวังของครู ข้าราชการที่รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของประชาชนในการเข้าถึงการรักษาที่ดีแม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ความหวังในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาสะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างทั่วถึง และความหวังที่ลูกหลานจะปลอดภัยจากยาเสพติด รวมถึงความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐในวันที่ล้มลง

นายยศชนันกล่าวว่า ตลอด 40 วันที่ผ่านมา การเดินทางหาเสียงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม คราบน้ำตา และสายตาที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง โดยเฉพาะคำพูดจากประชาชนที่มาหาแล้วกล่าวว่า “ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนย้ำว่าไม่มีวันลืม

นายยศชนันกล่าวอีกว่า แม้ไม่รู้ว่าจะอยู่บนโลกนี้ได้นานเพียงใด แต่ตนต้องการส่งมอบสิ่งดีที่สุดให้คนไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมประกาศแนวทางขับเคลื่อนประเทศ ทั้งการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้ประเทศ ยกระดับเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาดมูลค่าสูง และบริการมูลค่าสูง

รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงินทุกรูปแบบ วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ สร้างความเชื่อมั่นของประเทศในเวทีโลก บริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ แก้หนี้ทั้งระบบ ดูแลกลุ่มเปราะบาง และผลักดันรัฐบาลดิจิทัลเพื่อขจัดคอร์รัปชัน พร้อมย้ำว่าจะดูแลประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม

“และสำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข… วันที่ 8 ก.พ.นี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทยดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้ง ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝันของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริง” นายยศชนันกล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img