จี้​‘กมธ.การเมือง’ล้างบาง​โกงสอบท้องถิ่น ‘ภคมน’รับลูกจ่อเรียก​‘บิ๊ก มท.-ป.ป.ช.’แจง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

​”ทนายอั๋น บุรีรัมย์” หอบหลักฐานยื่น กมธ.พัฒนาการเมือง จี้สอบทุจริตสอบท้องถิ่น แฉขบวนการโกงพันกว่าคน ด้าน “ภคมน” รับลูกเตรียมลุยสืบหาตัวการใหญ่ เผยมูลค่าความเสียหายย้อนหลังพุ่งสูงถึง 4,500 ล้านบาท พร้อมเสนอพรรคประชาชนปลดล็อกยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น

​วันที่ 2 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์”  ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

​โดยนายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนได้ติดตามและยื่นเรื่องตรวจสอบการโกงสอบท้องถิ่นมาแล้วในหลายหน่วยงาน ซึ่งประชาชนคงเห็นภาพที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เข้าจับกุมและพบหลักฐานการแก้ผลสอบ แต่เรื่องกลับเงียบหายอยู่แค่นั้น ขณะที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรง กลับไม่ได้ออกมาการันตีว่าจะลากตัวการใหญ่หรือ “บิ๊ก” ในขบวนการมาลงโทษ แต่กลับพบการฟ้องร้องดำเนินคดีส่วนตัวกับผู้ที่นำข้อมูลเชิงลบออกมาเผยแพร่เสียมากกว่า

​”วันนี้มีพี่น้องประชาชนและผู้เข้าสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถอย่างสุจริต ได้รับความเสียหายสะสมรวมกลุ่มกันในแอปพลิเคชันไลน์กว่า 1,000 คน ซึ่งในวันนี้กลุ่มผู้เสียหายจะเดินทางไปร้องเรียนต่อที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย ตนจึงคาดหวังว่า กมธ.พัฒนาการเมือง จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมโดยด่วน เพื่อเรียกบุคคลและพยานหลักฐานเข้ามาตรวจสอบในชั้นกรรมาธิการในเร็ววันนี้ ก่อนที่ระบบราชการจะเสียหายไปมากกว่านี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว

​ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ส่งข้อมูลเอกสารหลักฐานเข้ามายังกรรมาธิการฯ เป็นจำนวนมาก ทั้งจากผู้ได้รับผลกระทบ ผู้สังเกตการณ์ และผู้ที่เคยติดตามเรื่องนี้ในอดีต ทำให้เห็นชัดเจนว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในปัจจุบัน แต่มีลักษณะเป็นขบวนการเดียวกันที่ทำย้อนหลังไปถึงปี 2566–2567 หากคิดมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตครั้งนี้ อาจสูงถึง 4,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกรณีการทุจริตในระบบราชการที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบ โดย กมธ. คาดว่าจะตั้งวาระพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ และจะใช้ช่วงปิดสมัยประชุมในสัปดาห์หน้าขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะมองว่ากรอบเวลาที่รัฐบาลตั้งไว้ 7 วัน หรือที่ ป.ป.ช. ระบุว่าต้องใช้เวลา 3–6 เดือนนั้น นานเกินไปสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์ระบบราชการไทย

​น.ส.ภคมน กล่าวว่า นอกจากนี้กมธ.พัฒนาการเมือง ยังได้พูดคุยเบื้องต้นกับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ เพื่อแบ่งกรอบการทำงาน โดย กมธ.พัฒนาการเมือง จะเน้นเรื่องการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและรวบรวมข้อร้องเรียน ส่วน กมธ.กฎหมายฯ จะแกะรอยเส้นทางการเงิน จากนั้นจะนำข้อมูลหลักฐานของทั้งสองคณะมารวมกันเพื่อหาข้อสรุปและหาผู้รับผิดชอบต่อไป

​เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในฐานะจุดยืนของพรรคประชาชน เมื่อวานนี้ตนได้อภิปรายในวาระงบประมาณ โดยเสนอให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ที่ดึงอำนาจการจัดสอบจากเดิมที่เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับเข้าสู่ส่วนกลาง

​”วันนี้ชัดเจนแล้วว่า หลักคิดเดิมของ คสช. ที่บอกว่าราชการส่วนกลางไม่โกงนั้นไม่เป็นความจริง เม็ดเงินความเสียหายระดับ 4,500 ล้านบาทเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ข้อเสนอของเราคือ ควรคืนอำนาจให้ท้องถิ่นกลับไปจัดสอบเอง เพราะหากเกิดปัญหาก็จะจำกัดอยู่ในวงแคบ ควบคุมและจัดการได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ถึงเวลาต้องรื้อระบบการสอบแบบเดิมๆ โดยเสนอให้มี ‘ผู้สังเกตการณ์จากภายนอก’ เข้ามาร่วมตรวจสอบกระบวนการสอบคัดเลือกเพื่อสร้างระบบถ่วงดุล ไม่ต่างจากการสังเกตการณ์เลือกตั้ง” น.ส.ภคมน กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img