ฝ่ายค้านโหมหนัก-ปลุกกระแส“คดีฮั้วสว.” ก่อน“กกต.”ปิดจบ-เปิดสภาฯ 25 ส.ค.นี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สัปดาห์หน้าถัดไป หลังมีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ รอบที่สอง นับแต่ 25 ส.ค.เป็นต้นไป การเมืองทั้งในและนอกสภาฯ จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเมื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)-ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกน้ำย่อยคอการเมืองว่า “ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลแต่จะยื่นช่วงเวลาใดตลอดการเปิดสมัยประชุม 4 เดือน ต้องรอดูไทม์มิ่งที่เหมาะสมก่อน”

หากให้ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ เชื่อว่า “ฝ่ายค้าน” คงไม่รีบยื่นญัตติอภิปรายทันที หลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ แต่คงรอให้ผ่านไปสักอย่างน้อย 1 เดือนขั้นต่ำ หรือไม่แน่ ก็อาจ 2 เดือนเลย คืออาจไปยื่นเอาราว ๆ เดือนพ.ย.69 ก็เป็นได้ โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองหลังเปิดสภาฯ

เช่น หากผลการพิจารณา “สำนวนคดีฮั้ว สว.” ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บอกว่า จะจบภายในเดือนส.ค.นี้ แล้วไม่มีชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รวมอยู่ด้วย ตามสำนวนที่ชงมาจาก “คณะอนุกรรมการไต่สวน คณะที่ 26” ของ กกต. รวมถึงบรรดาพวก “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” พวก “รัฐมนตรีในรัฐบาล”…รอดหมด หากเป็นอย่างนี้…กระแสสังคมคงวิจารณ์กันอื้ออึง โดยเฉพาะ “กระแสในทางลบ” ทำนองมีการช่วยเหลือกันทางการเมืองของ “กกต.”

ถ้าสถานการณ์ไหลมาแบบนี้ “พรรคฝ่ายค้าน” ก็จะขยับเวลาการ “ยื่นซักฟอก” ให้เร็วขึ้นมาได้ อาจเป็นช่วงปลายเดือนก.ย.นี้เลย ก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูง เพื่อให้เข้ากับกระแส ผสมกับ “ปมร้อนอื่นๆ” ที่ฝ่ายค้านจองกฐินรอซักฟอก “อนุทิน” นอกเหนือจากเรื่อง “ฮั้ว สว.” ที่สามารถโยงถึง “อนุทิน” และ “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” ไม่ว่าสุดท้าย จะมีชื่อ “อนุทิน” ส่งไปศาลฎีกาฯในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ก็สdถอภิปราย “อนุทิน” ได้ในฐานะ “รมว.มหาดไทย” หลังฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการช่วยเหลือเครือข่ายสีน้ำเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นพวกข้าราชการมหาดไทยสายสีน้ำเงิน และเครือข่ายคนใกล้ชิดฝ่ายการเมืองพรรคสีน้ำเงินในพื้นที่ภาคใต้ 

รวมไปถึงเรื่อง โครงการ TH-AI Passport, ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้, การแก้ปัญหาเรื่องนอมินีต่างชาติเข้ามายึดครองที่ดินและทำธุรกิจในไทยโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น

แต่ เรื่อง คดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะหาก “กกต.” ไม่ส่งสำนวนเอาผิด 229 ชื่อ ที่มีทั้ง “อนุทิน-รัฐมนตรี-แกนนำพรรคภูมิใจไทย-แกนนำ สว.-สว.” อีกร่วม 138 คน  เพราะธงของฝ่ายค้านคือต้องส่งให้หมด 229 ชื่อ แต่หากส่งไม่ครบ ยังไงต้องมีชื่อ “อนุทิน-แกนนำภูมิใจไทย-พวกรัฐมนตรี” รวมอยู่ด้วย เช่น “ภราดร ปริศนานันทกุล-สุขสมรวย วันทียกุล” 2 รมต.สำนักนายกฯ หรือพวกแกนนำพรรคอย่าง “ชาดา ไทยเศรษฐ์-พวกแกนนำ สว.” เช่น “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา หากมีชื่อพวกนี้อยู่ด้วย แม้ไม่ส่งครบ 229 ฝ่ายค้านก็พอใจระดับหนึ่ง แต่ก็จะเปลี่ยนมุมเล่นใหม่เป็นว่า “อนุทิน” กับพวกมีปัญหาเรื่องความสง่างามทางการเมือง เพราะโดนร้องเอาผิดคดีฮั้ว สว. ไม่เหมาะกับการเป็นนายกฯได้อีกต่อไป

ดังนั้น จึงชี้ชัดว่า คดีฮั้ว สว.จะเป็นเรื่องหลักของฝ่ายค้าน ในเวทีซักฟอก ที่ “ฝ่ายค้าน” คงขย่มหนัก เพราะสามารถโยงไปถึงเครือข่ายสีน้ำเงิน ทั้งในองค์กรอิสระและสมาชิกวุฒิสภาได้ ทำให้กระทบชิ่งได้หลายโครงสร้าง แล้วพุ่งเป้าสรุปว่า อนุทิน-ระบอบสีน้ำเงิน สร้างปัญหาให้บ้านเมือง

ล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 15 ส.ค. แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์” เดินสายจัดเวที ผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาฯ โดยมี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์” อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ 2 แกนนำพรรคที่ สส.ในพรรคประกาศตัวอยู่ฝ่ายรัฐบาลภูมิใจไทย แต่ทั้ง 2 คนไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล ไปร่วมเวทีดังกล่าวด้วย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่พบว่า ตลอดการจัดงานร่วม 3 ชั่วโมง เนื้อหาส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องคดีฮั้ว สว.เป็นหลัก ที่ก็ไม่แปลก เพราะการที่ไปจัดงานโรงแรมดังกล่าว ก็เพราะโรงแรมแห่งนี้ ฝ่ายค้านบอกว่า คือ ศูนย์ทำโพยในการฮั้ว สว.จังหวัดนครพนม-สุโขทัย และ “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีต สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ที่ปรากฏในคลิปเสียง ก็มาปรากฏตัวที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ที่วันที่ดำเนินการฮั้ว สว.

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวบนเวทีเสวนาตอนหนึ่งว่า “คาดว่า กกต.จะมีการลงมติในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งฝ่ายค้านก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 29-30 ส.ค. เพื่อเป็นการทิ้งทวน ก่อนที่ กกต.จะมีมติ ซึ่งคาดว่า กกต.อาจจะมีการเป่าคดี หลังปล่อยปละละเลยให้กระบวนการฮั้ว สว.เกิดขึ้นได้”

ส่วน “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุบนเวที ในลักษณะกดดัน กกต.ว่า “กกต.ไม่มีทางเลือกอื่นจะต้องส่งเรื่องการฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกา เพื่อพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัย กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า “ห้ามพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง และ สส.เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือช่วยเหลือผู้สมัคร สว.” ซึ่งมีทั้งโทษจำคุก โทษปรับ และการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อมีหลักฐานการเข้ามาเกี่ยวข้องของพรรคการเมือง กกต.ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องส่งศาลฎีกาเท่านั้น

นี่คือจังหวะการขยับของพรรคฝ่ายค้าน ในการกดดัน “กกต.” ก่อนปิดคดีฮั้ว สว.ในเดือนนี้ และโหมโรงสร้างกระแสก่อนเปิดสภาฯ เพื่อสร้างความเร้าใจว่า ศึกซักฟอกที่จะมีขึ้น…“อนุทิน” อ่วม! หนักแน่

………………………………………………

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img