เชื่อ“คดีบัตรเลือกตั้ง”จุดพลิกบ้านเมือง หากผลออกมา“เป็นลบ”ล้มทั้งกระดาน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“จตุพร” ทำนายการเมืองครึ่งหลังสิงหาฯ อยากเห็น “กกต.” ต้องพิสูจน์ “รักประเทศหรือเอาตัวเองรอด” เชื่อคดีบัตรเลือกตั้งคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เป็นจุดพลิกบ้านเมือง ถ้าผลออกเป็นลบ ล้มทั้งกระดานเลือกตั้งใหม่ หากตัดสิน “ลับ” รัฐบาลไปต่ออยู่ยาว ส่วนฮั้ว สว. ฝ่ายค้านเอา กกต.ไม่ลง หวั่นอารมณ์ประชาชนเดือดปะทุ

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ช่วงครึ่งหลังเดือนสิงหาคมว่า ปัจจัยคำตัดสินคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดจะเป็นจุดพลิกเปลี่ยนสถานะการเมืองของรัฐบาลได้มากกว่ากรณีฮั้ว สว.

อีกทั้งคาดว่า ช่วงครึ่งหลังเดือนสิงหาคม สถานการณ์อยู่ที่สองปัจจัยชี้นำ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตัดสินใจการฮั้ว สว.อย่างไร และจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่ โดย กกต.ระบุจะตัดสินใจก่อนสิ้นเดือนส.ค.นี้ นอกจากนี้ สถานการณ์ปั่นป่วนเริ่มก่อหวอดขึ้นช่วงศาล รธน.นัด 26 ส.ค.นี้ เพื่อไต่สวนพยาน 5 ปากของ กกต.ในกรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดฝ่าฝืน รธน.ทำให้การใช้สิทธิ์เป็นความลับหรือไม่

“หลังการไต่สวนวันที่ 26 ส.ค.แล้ว ศาล รธน.ยังจะติดใจอะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มี ต้องนัดฟังตำวินิจฉัย โดยมีข้อสังเกตว่า ถ้ากรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไม่มีอะไรแล้ว คงไม่ทิ้งเวลาให้นานเหมือนขณะนี้ ถ้าคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบ จะเป็นเรื่องพังกระดานการเมืองทั้งกระดาน”

ขณะเดียวกันการวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดจะสะเทือนถึงท่าทีการเมืองของฝ่ายค้านในสมัยประชุมสภาครั้งหน้าที่จะเปิดในวันที่ 25 ส.ค.นี้ เพราะถ้าฝ่ายค้านเห็นว่า ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยแล้ว คงต้องรีบยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ส่วนการยื่นอภิปรายฯ หลังคำตัดสินของศาล ฝ่ายค้านคงจบเช่นกัน

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ เอาแน่นอนทางการเมืองไม่ได้นั้น ความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งสองทางคือ ถ้าศาลนัดสินว่าบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดยังเป็นความลับ สถานการณ์ก็ปกติ แต่ถ้าตัดสินว่า ไม่เป็นความลับแล้ว ย่อมพังทั้งกระดานการเมืองของสภาล่าง 500 สส. ดังนั้น การวินิจฉัยของศาล รธน.คือการกำหนดเกมหักเหทางการเมืองในวันข้างหน้า

“ถ้าคำตัดสินว่า ไม่เป็นความลับ สถานการณ์การเมืองจะตึงกันอีกแบบ ต้องเลือกตั้งกันใหม่ สิ่งสำคัญหลังเลือกตั้งใหม่ย่อมยากจะคาดคเนว่า อะไรจะเกิดและไม่เกิดขึ้น ซึ่งประเทศไทยจะให้คำตอบ 100% ไม่ได้อยู่แล้ว”

อีกทั้งประเมินถึงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า ในอดีตไม่มีการชุมนุมใดจัดการรัฐบาลได้ อย่างมากทำให้เกิดเหตุการณ์อื่นตามมา เช่นมีการยึดอำนาจ หรือมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีการวินิจฉัยของศาล รธน.แล้ว สถานการณ์อื่นจะจัดการรัฐบาลได้ยากมาก การชุมนุมในอดีตมีคนออกมาเต็มถนนยังเล่นงานรัฐบาลไม่ได้เลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านก็เช่นกันไม่เคยมีครั้งใดล้มรัฐบาลได้

ส่วนการฮั้ว สว. ฝ่ายค้านกำหนดเปิดเผยข้อมูลทุกสัปดาห์จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม โดยข้อมูลส่วนใหญ่นำมาจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และมีข้อมูลบางส่วนมาจากชุดที่ 36 ผสมด้วย ดังนั้น ข้อมูลการพูดของฝายค้านไม่ได้ทำให้ กกต.หวั่นไหว เพราะ ฝ่ายค้านนำข้อมูลของ กกต. มาพูดให้ กกต.ฟัง ซึ่งเป็นข้อมูลที่รู้และกอดไว้เป็นปีๆ แล้ว

“กรณีฮั้ว สว.ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กกต. ถ้าส่งฟ้องทุกฝ่ายในคราวเดียวกัน โดยยื่นต่อศาลฎีกา ถ้าไม่ส่งฟ้องเลย กกต.ไปยากเหมือนกัน ผมเชื่อว่า กกต.เขามีคำตอบของตัวเองแล้ว และได้ออกแบบ กำหนดแผนไว้แล้ว ซึ่งคำตอบของ กกต. คนจะรับกันไหวหรือเปล่า โดยกรณีนี้ถ้าว่ากันแฟร์ๆ ไม่เหลือสักคน เพียงแต่จะผิดกันอย่างไรเท่านั้น”

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ก้มกราบตักทักษิณ ชินวัตร ในงานศพนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย นายจตุพร กล่าวว่า เป็นท่วงทำนองคนนอบน้อมคนถ่อมตัวของนายอนุทิน และทำให้สังคมลืมเรื่องปืน การพกปืน รุมวิจารณ์เจ้าบ้านใช้ปืนยิงโจรเข้าบ้านผิด แล้วมาตามเรื่องกราบตักกันต่อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติการใช้ชีวิตของนายอนุทิน แต่ถูกโยงถึงกรมสรรพากรอาจรอมชอมการเก็บภาษี 1.7 หมื่นล้านกับทักษิณ

การวิจารณ์กรณีกราบตักทักษิณ สะท้อนถึงสังคมเห็นอะไรของนายอนุทิน ก็ขวางหูขวางตาไปหมด แล้วพร้อมบวกได้ทุกเมื่อ ดังนั้น แสดงให้เห็นความคนสนใจของสังคมที่มีต่อนายกฯ ย่อมเปลี่ยนเรื่องวิจารณ์ได้ทุกขณะตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img