หน้าแรกCOLUMNISTSRegenerative Agriculture เสริมสร้างสุขภาพดิน และระบบนิเวศโดยรวม

Regenerative Agriculture เสริมสร้างสุขภาพดิน และระบบนิเวศโดยรวม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

Regenerative Agriculture : Restoring & Enhancing the Health of Soil & Entire Ecosystem

“…..เกษตรกร สามารถลดต้นทุนการผลิตปรับปรุงสุขภาพดินและเพิ่มผลผลิต ได้โดยการนำแนวทางเกษตรกรรมฟื้นฟู มาใช้ ….”

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture คือ แนวทางการทำฟาร์มเกษตรแบบองค์รวม Holistic Farming Approach ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และระบบนิเวศโดยรวม Focuses on Restoring & Enhancing the Health of the Soil & the Entire Ecosystem ซึ่งมิใช่เพียงแค่การผลิตอาหารให้ได้ปริมาณมากเท่านั้น แต่เน้นไปที่การสร้างสุขภาพดินให้ดีขึ้น Improving Soil Health, กักเก็บคาร์บอนในดิน Carbon Sequestration in the Soil, เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ Increased Biodiversity, ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ Improved Water Management, ลดการใช้สารเคมี Reduced Chemical Use และสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบการเกษตรในระยะยาว Enhanced Long – Term Resilience in Agricultural Systems เพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Fighting Climate Crisis และสร้างความมั่นคงทางอาหาร Ensuring Food Security ..

Regenerative Agriculture / Why Is Regenerative Agriculture Important? | Credit: Musim Mas Group

ทั้งนี้ ระบบการทำเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture Systems นั้น คือ การปฏิรูปวิธีการทำการเกษตร Reform of Farming Methods ที่เน้นสุขภาวะของดิน Emphasizes Soil Health ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อภาคการเกษตร Vital Resource for the Agricultural Sector ซึ่งเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์จากเกษตรกรรมฟื้นฟูแล้ว ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตอาหารเพิ่มขึ้น Increase Food Production Efficiency, ปรับปรุงโภชนาการ Improved Nutrition, กักเก็บคาร์บอนได้มากขึ้น Increased Carbon Sequestration, ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ Promoting Biodiversity, ฟื้นฟูวัฏจักรน้ำ และคุณภาพน้ำ Restoration of the Water Cycle & Water Quality, เพิ่มความยืดหยุ่นต่อภัยแล้ง และน้ำท่วม Increasing Resilience to Drought & Floods และสร้างความมั่นคงทางอาหาร Ensuring Food Security เพราะดินที่แข็งแรงสามารถรองรับระบบนิเวศได้ดีขึ้น Healthy Soil can Better Support Ecosystems โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์ Reduced Reliance on Synthetic Chemicals ตลอดจน เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ยังช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน Helping to Mitigate Global Warming ได้เป็นอย่างดี ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘ความยั่งยืนของดินจะนำไปสู่ความยั่งยืนของโลก Soil Sustainability Leads to Global Sustainability’ ..

สำหรับหลักการพื้นฐานของเกษตรกรรมฟื้นฟู Core Principles of Regenerative Agriculture แม้จะไม่มีคำจำกัดความที่ตายตัว แต่โดยทั่วไปแล้ว เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture จะยึดหลักการสำคัญ 5 ประการที่มุ่งเน้นสุขภาพของดิน ดังนี้ :-

1. ลดการรบกวนดินให้น้อยที่สุด Minimize Soil Disturbance : หมายถึง การลด หรือกำจัดการไถพรวนออกไปอย่างมาก Drastically Reduce or Eliminate Tilling และลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ Minimize the Use of Synthetic Chemical Inputs เช่น สารกำจัดวัชพืช Herbicides และสารกำจัดศัตรูพืช Pesticides เพื่อปกป้องโครงสร้างดิน และจุลินทรีย์ในดิน Protect the Soil Structure & the Microorganisms within Soil ..

ทั้งนี้ การลดการรบกวนดินในเกษตรกรรมฟื้นฟู Minimizing Soil Disturbance in Regenerative Agriculture หมายถึง การลดการรบกวนทางกายภาพ Reducing Physical Disruption และลดผลกระทบทางเคมี Reducing Chemical Impact โดยส่วนใหญ่ผ่านการปฏิบัติ เช่น การไม่ไถพรวน และการหว่านเมล็ดโดยตรง No – Till / Direct Seeding, การปลูกพืชคลุมดิน Cover Cropping, การปลูกพืชหมุนเวียน Crop Rotation และการปลูกพืชเป็นแนวแปลง Strip Cropping ในระบบอนุรักษ์ดิน และน้ำ เพื่อรักษาสภาพโครงสร้างดิน Soil Structure, วัตถุอินทรีย์สาร Organic Matter, เครือข่ายเชื้อรา Fungal Networks, เส้นใย Hyphae และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน Beneficial Soil Biology, เพิ่มการซึมผ่านของน้ำ Enhancing Water Infiltration, การหมุนเวียนสารอาหาร Nutrient Cycling และสุขภาพดินโดยรวม Overall Soil Health .. วิธีการสำคัญ ได้แก่ การใช้เศษพืชเป็นวัสดุคลุมดิน Crop Residues as Mulch, การรักษารากพืชให้มีชีวิตในดินตลอดทั้งปี Keeping Living Roots in the Soil Year – Round และการจัดการการกินหญ้าของปศุสัตว์ Managing Livestock Grazing โดยทั้งหมดนี้ เป็นไปเพื่อสร้างดินที่แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น Healthier & More Resilient Soils ..

2. เพิ่มการปกคลุมดินให้มากที่สุด Maximize Soil Cover : หมายถึง รักษาการปกคลุมดินด้วยพืชที่มีชีวิต หรือเศษพืช เช่น เศษพืชผลทางการเกษตร หรือวัสดุคลุมดิน Crop Residue or Mulch เป็นต้นตลอดทั้งปี เพื่อทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันดิน Soil Armor” ซึ่งจะช่วยปกป้องดินจากการกัดเซาะ Erosion, การควบคุมอุณหภูมิ Regulates Temperature และรักษาความชื้น Conserves Moisture ..

ทั้งนี้ สำหรับการทำเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture นั้น เพื่อเพิ่มการปกคลุมดินให้มากที่สุด จะใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชที่ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจระหว่างพืชหลัก Planting Non – Cash Crops between Main Crops, การใช้วัสดุอินทรีย์สาร เช่น ฟาง ใบไม้ หรือปุ๋ยหมัก Applying Organic Materials Like Straw, Leaves or Compost, การทำไร่แบบไม่ไถพรวน หรือไถพรวนน้อย No – Till or Low – Till Farming เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนดิน และการบูรณาการความหลากหลายของพืช Integrating Crop Diversity ด้วยการปลูกพืชแซม Intercropping, การปลูกพืชหมุนเวียน Crop Rotation และการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้มีราก และเศษซากพืชที่มีชีวิตอย่างต่อเนื่อง Animals for Continuous Living Roots & Residue เป็นต้น .. ทั้งหมดนี้ เพื่อปกป้องดินจากการกัดเซาะ Erosion, รักษาความชื้น Retain Moisture, สร้างวัตถุอินทรีย์สาร Build Organic Matter และบำรุงจุลินทรีย์ในดินตลอดทั้งปี Feed Soil Biology Year – Round ..

3. รักษาให้รากมีชีวิตอย่างต่อเนื่อง Maintain Continuous Living Roots : หมายถึง การตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีรากที่มีชีวิตอยู่ในดินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตลอดทั้งปี .. รากเหล่านี้ เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ และเชื้อราในดิน และช่วยสร้างวัตถุอินทรีย์สารในดิน ..

ทั้งนี้ การรักษาให้รากพืชมีชีวิตอย่างต่อเนื่องในเกษตรกรรมฟื้นฟู Maintaining Continuous Living Roots in Regenerative Agriculture หมายถึง การทำให้พืชเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี Keeping Plants Growing Year – Round เพื่อเป็นแหล่งอาหารแก่จุลินทรีย์ในดิน Feed Soil Microbes, สร้างวัตถุอินทรีย์สาร Build Organic Matter, ป้องกันการกัดเซาะ Prevent Erosion และหมุนเวียนธาตุอาหาร Cycle Nutrients ซึ่งส่วนใหญ่ทำได้โดยการปลูกพืชคลุมดิน Cover Crops, การปลูกพืชหมุนเวียนที่หลากหลาย Diverse Crop Rotations รวมถึงไม้ยืนต้น Perennials และกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การหว่านเมล็ดแซม Interseeding ซึ่งช่วยรักษาความมีชีวิตชีวาทางชีวภาพของดิน Keeps Soil Biologically Active, เพิ่มการกักเก็บน้ำ Enhances Water Retention และส่งเสริมระบบนิเวศใต้ดินที่แข็งแรง Fosters a Healthy Underground Ecosystem ..

4. เพิ่มความหลากหลาย Increase Diversity : หมายถึง การปลูกพืชหมุนเวียนหลากหลายชนิด Diverse Range of Crop Rotation และใช้พืชคลุมดินที่หลากหลาย Diverse Cover Crops เพื่อเป็นอาหารแก่จุลินทรีย์ในดินที่หลากหลายมากขึ้น Feed a Wider Variety of Soil Microorganisms, ทำลายวงจรศัตรูพืช Break Pest Cycles และรักษาสมดุลธาตุอาหารในดิน Balance Soil Nutrients ..

เพื่อเพิ่มความหลากหลายในเกษตรกรรมฟื้นฟู To Increase Diversity in Regenerative Agriculture จะใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียนที่หลากหลาย Diverse Crop Rotations, การปลูกพืชคลุมดิน Cover Cropping, วนเกษตร Agroforestry ด้วยการบูรณาการต้นไม้ กับปศุสัตว์ Integrating Trees with Livestock และการสร้างทางเดินเชื่อมต่อถิ่นที่อยู่ Creating Habitat Corridors เพื่อเพิ่มความหลากหลายของพืช Plants, จุลินทรีย์ในดิน Soil Microbe, แมลงผสมเกสร Pollinator และสัตว์ป่า Wildlife รวมถึงการส่งเสริมระบบนิเวศที่ยืดหยุ่น Fostering Resilient, กักเก็บคาร์บอน Carbon – Sequestering และให้ได้มาซึ่งระบบนิเวศที่มีผลผลิตสูง Productive Ecosystems ..

5. บูรณาการปศุสัตว์ Integrate Livestock : ในกรณีที่เหมาะสม ควรบูรณาการสัตว์เลี้ยงที่กินหญ้ากลับเข้าสู่ระบบที่มีการบริหารจัดการการปลูกหญ้า หรือการปลูกหญ้าหมุนเวียน Integrate Grazing Animals Back into the System Using Managed or Rotational Grazing ร่วมไปกับการปลูกพืชผล และไม้ยืนต้น .. มูลสัตว์ Animals’ Manure และการควบคุมการเติบโตของหญ้า จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชผล Stimulate Plant Growth, การหมุนเวียนสารอาหาร Cycle Nutrients และกระจายวัตถุอินทรีย์สาร Distribute Organic Matter ในพื้นที่ ..

การบูรณาการปศุสัตว์เข้ากับการเกษตรแบบฟื้นฟู Integrating Livestock into Regenerative Agriculture จะช่วยสร้างสุขภาพดิน Builds Soil Health, เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ Enhances Biodiversity และสร้างฟาร์มที่ยั่งยืน Creates Resilient Farms โดยใช้สัตว์ และมูลสัตว์ Using Animals & Manure เพื่อการให้ปุ๋ยตามธรรมชาติ Natural Fertilization, ควบคุมวัชพืช และศัตรูพืช Weed & Pest Control และกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชผลผ่านระบบการเลี้ยงสัตว์แบบวางแผนล่วงหน้า Stimulating Plants Growth Via Planned Grazing เช่น การเลี้ยงสัตว์แบบหมุนเวียน หรือการเลี้ยงสัตว์แบบรวมกลุ่ม Rotational or Mob Grazing ซึ่งหมายถึง การสลับหมุนเวียนการปลูกพืช และการจัดการปศุสัตว์ อย่างเป็นระบบ เพื่อหมุนเวียนสารอาหาร Cycle Nutrients, กักเก็บคาร์บอน Sequester Carbon, ปรับปรุงการกักเก็บน้ำ Improve Water Retention และลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก Reduce Reliance on External Inputs ..

อย่างไรก็ตาม วิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ในพืชคลุมดิน Grazing Cover Crops, การใช้สัตว์ในการปลูกพืชหมุนเวียน Using Animals in Crop Rotations หรือการจัดการสัตว์ในทุ่งหญ้าที่หลากหลาย Managing Them in Diverse Pastures ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยในทุ่งหญ้า ในวนเกษตร ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของระบบนี้ แต่แทนที่จะปล่อยสัตว์กินหญ้าในพื้นที่เดิมนาน ๆ เกษตรกรจะแบ่งทุ่งหญ้า และวนเกษตรออกเป็นส่วน ๆ และสลับให้สัตว์ไปกินหญ้าในแต่ละส่วนตามวงรอบ วิธีนี้ช่วยให้ทุ่งหญ้า และพืชพันธุ์มีเวลาพักฟื้น และเติบโตขึ้นใหม่ และยังช่วยให้มูลสัตว์ปุ๋ยคอกที่สัตว์ถ่ายออกมากระจายทั่วถึง ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างเกษตรระบบปิด Creating Closed – Loop System Agriculture ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของฟาร์มเกษตร และฟังก์ชันทางนิเวศวิทยา Boost Farm Economics & Ecological Function ไปพร้อมด้วย ..

Sustainable Agroecosystems: Grazing Cover Crops & the Cropping Using Regenerative Agricultural Principles | Credit: Adjacent Digital

ในยุคที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ การเกษตรแบบดั้งเดิมที่เน้นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น Monoculture & Intensive Chemical Use เริ่มส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของระบบนิเวศ Impacts Ecosystem Sustainability, ดินเสื่อมโทรม Soil Degradation, สัตว์ป่าลดลง Wildlife Decline และน้ำปนเปื้อน Water Contamination .. สิ่งเหล่านี้ คือ สัญญาณเตือนที่กำลังบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรจะต้องมองหาทางเลือกใหม่ ๆ และหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ และกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือ ‘เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture’ ด้วยการทำฟาร์มแบบหมุนเวียน Rotational Farming ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด โดยไม่เน้นการใช้สารเคมี แต่ใช้หลักการทางธรรมชาติ Natural Principles มาเป็นแกนหลักในการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์ .. ซึ่งหัวใจสำคัญของแนวทางนี้ The Core of this Regenerative Agriculture Approach คือ การสลับหมุนเวียนการปลูกพืช และการจัดการปศุสัตว์อย่างเป็นระบบ Crop Rotation & Systematic Livestock Management เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลกันภายในฟาร์มเกษตร Mutual Support within the Farm โดยเกษตรกร Farmers สามารถนำหลักการนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติได้หลากหลายวิธี Implement the Principles through Various Practices ประกอบไปด้วย :-

การไถพรวนแบบไม่พลิกหน้าดิน หรือลดการไถพรวน No – Till or Reduced Tillage : หมายถึง การปลูกเมล็ดพืชลงในดินโดยตรงโดยไม่ต้องพลิกหน้าดิน Planting Seeds Directly into the Soil without Turning it Over ..

การปลูกพืชคลุมดิน Cover Cropping : หมายถึง การปลูกพืชที่ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ เช่น โคลเวอร์ Clover หรือไรย์ Rye หลัง หรือระหว่างพืชผลหลัก After or Between Main Crops เพื่อคลุมดิน Cover the Soil, ป้องกันการกัดเซาะ Prevent Erosion และเพิ่มวัตถุอินทรีย์สาร และธาตุอาหาร Add Organic Matter & Nutrients ..

การปลูกพืชหมุนเวียน และการปลูกพืชหลากหลายชนิด Crop Rotation & Diversification : การปลูกพืชหลากหลายชนิดในแปลงอย่างเป็นระบบในหลายฤดูกาล Systematically Varying the Crops Grown in a Field over Several Seasons เพื่อทำลายวงจรของศัตรูพืช โรคพืช Disrupt Pest/Disease Cycles และรักษาสมดุลของธาตุอาหารในดิน Maintain a Balanced Nutrient Profile ..

การทำปุ๋ยหมัก และการปรับปรุงดินด้วยวัตถุอินทรีย์สาร Composting & Organic Amendments : การใช้ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก Using Compost or Manure เพื่อสร้างคาร์บอนอินทรีย์สาร และความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติ Naturally Build Soil Organic Carbon & Fertility ..

วนเกษตร Agroforestry : การบูรณาการต้นไม้ และไม้พุ่มเข้ากับระบบการทำฟาร์ม และปศุสัตว์ หรือแม้แต่การเลี้ยงสัตว์น้ำไปพร้อมด้วย เช่น การปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ระหว่างแถวต้นไม้  หรือต้นไม้ริมบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งต้นไม้ และพืชพันธุ์ รวมทั้งปศุสัตว์ Trees, Plants & Livestock จะถูกนำมาผสมผสานให้เกื้อกูลกัน และดูแลรักษาอย่างตั้งใจในภูมิทัศน์ทางการเกษตร Agricultural Landscapes .. ต้นไม้ และปศุสัตว์ Trees & Livestock เหล่านี้ สามารถช่วยปรับปรุงดิน Help to Enrich Soils, ผลิตพลังงาน Energy Production, เพิ่มผลผลิต Boost Yields, ป้องกันพืชผล และปศุสัตว์จากสภาวะอากาศที่รุนแรง Buffer Crops & Livestock from Climate Extremes, กระจายรายได้ Diversify Incomes และสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ Support Biodiversity ..

โดยสรุปแล้ว การทำเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture เพื่อเข้ามาแทนที่การทำลายดินเพื่อผลผลิตสูงระยะสั้น Instead of Depleting Soil for Short – Term Yield ในเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม Industrial Agriculture หรือการทำเกษตรเชิงเดี่ยว Monoculture Farming คือ แนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน Sustainable Agriculture อันกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากนี้ไป .. วิธีการฟื้นฟูดินในเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture จะสร้างดินสุขภาพดี Healthy Soil, ฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration และสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน และยืดหยุ่นมากขึ้น Creating a More Sustainable & Resilient Food System รวมไปถึงความสามารถในการสร้างรายได้ทำกำไรของฟาร์มเกษตร Farm Profitability, เพิ่มผลผลิต Enhances Productivity และลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว Reduces Input Costs Over Time ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร Farmers, ผู้บริโภค Consumers ตลอดจนสร้างประโยชน์ใหญ่หลวง Creating Immense Benefits ต่อระบบนิเวศของชุมชนโดยรวม Community Ecosystems as a Whole และโลกใบนี้ของเรามาพร้อมอีกด้วย ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ช่วยต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combat Climate Crisis ได้อย่างไร ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ช่วยต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Combat Climate Crisis โดยเน้นการฟื้นฟูสุขภาพดิน และระบบนิเวศ Restoring Soil Health & Ecosystems ทำให้ดินสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากขึ้น Allows Soil to Store More Carbon, ลดก๊าซเรือนกระจก Reduces Greenhouse Gas Emissions, เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ Increasing Biodiversity, ลดการใช้สารเคมี Reducing Chemical Use, เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ Improving Water Retention Capacity และปรับตัวต่อสภาพอากาศแปรปรวน Adapting to Climate Change ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร Enhance Food Security และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมโดยรวม Reduce Overall Greenhouse Gas: GHG Emissions from the Agricultural Sector ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน Major Causes of Global Warming ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture นำเสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และอิงธรรมชาติในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศผ่านกลยุทธ์ 2 ด้าน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำฟาร์มเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ Significantly Reducing Greenhouse Gas: GHG Emissions from Farming กับการดึง และกักเก็บคาร์บอนในชั้นบรรยากาศลงมาไว้ในดินอย่างมีประสิทธิภาพ Actively Drawing Down & Storing atmospheric Carbon in the Soil ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis โดยการดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ Pulling Carbon Dioxide: CO2 from the Atmosphere และกักเก็บไว้ในดิน Storing it in the Soil เป็นหลัก ผ่านการปฏิบัติ เช่น การทำฟาร์มแบบไม่ไถพรวน No – Till Farming, การปลูกพืชคลุมดิน Cover Cropping และการปลูกพืชหลากหลายชนิด Diverse Plantings หรือเกษตรสวนผสมทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy Philosophy เปลี่ยนฟาร์มให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks ซึ่งจะสร้างดินที่แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น Builds Healthier & More Resilient Soils, กักเก็บน้ำ Retain Water, ลดการกัดเซาะ Reduce Erosion และต้องการสารเคมีน้อยลง Need Fewer Chemical Inputs รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพืชผล Reduces Greenhouse Gas: GHG Emissions from Crop Production ไปพร้อมด้วย .. ทั้งหมดนี้ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ Increasing Food Security & Biodiversity ตลอดจนสร้างโซลูชันข้อไขแบบองค์รวม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Creating a Holistic Solution to Climate Change ..

Regenerative Agriculture / Sample on the Left Represents Soil from a Plot in the Project Treated with Compost | Credit: Musim Mas Group

ทั้งนี้ รายละเอียดของกลไกหลัก Breakdown of the Primary Mechanisms เพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis ในเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ประกอบไปด้วย :-

1. การกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration หรือการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ลงดิน Drawing Down Carbon Dioxide: CO2 ..

นี่อาจเป็นกลไกที่ได้รับการเผยแพร่มากที่สุด และมีความสำคัญที่สุด Most Publicized & Critical Mechanism .. แนวปฏิบัติในเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture Practices นั้น คือ การเปลี่ยนดินทางการเกษตรจากแหล่งปล่อยคายคาร์บอน Transform Agricultural Soil from a Source of Carbon Emissions ให้กลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks ..

กลไก The Mechanism : พืช Plants ใช้กระบวนการสังเคราะห์แสง Photosynthesis เพื่อดึงคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 จากชั้นบรรยากาศ .. พวกมันเปลี่ยน CO2 นี้ ให้เป็นสารประกอบคาร์บอน Carbon Compounds หรือน้ำตาล Sugars ซึ่งถูกลำเลียงผ่านราก และขับออกมาสู่ดิน Transported through the Roots & Exuded into the Soil เพื่อเป็นอาหารแก่จุลินทรีย์ Feed Microorganisms .. จุลินทรีย์ และเศษพืช  Microbes & Plant Residues จะเปลี่ยนคาร์บอน Carbon เหล่านี้ ให้เป็นวัตถุอินทรีย์สารในดิน Soil Organic Matter: SOM ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี ..

แนวทางปฏิบัติที่สำคัญ Key Practices ได้แก่ :-

รากที่มีชีวิตอย่างต่อเนื่อง และพืชคลุมดิน Continuous Living Roots & Cover Crops : หมายถึง ด้วยการปลูกพืชคลุมดิน Planting Cover Crops เมื่อพืชเศรษฐกิจหลัก main cash crop ยังไม่ได้ลงปลูก หรือเจริญเติบโต ดิน Soil จะมีรากที่มีชีวิตตลอดทั้งปี ทำให้พืชสามารถดึง CO2 จากอากาศ และกักเก็บคาร์บอนไว้ใต้ดิน Storing Carbon below Ground ได้นานที่สุด ..

การไม่ไถพรวน หรือลดการไถพรวน No – Till or Reduced Tillage : การไถพรวนแบบดั้งเดิม Conventional Tilling และพลิกหน้าดิน จะทำให้อินทรีย์สารในดินสัมผัสกับอากาศ ส่งผลให้เกิดการสลายตัวอย่างรวดเร็ว และปล่อยคาร์บอนที่สะสมไว้กลับสู่ชั้นบรรยากาศ Release Stored Carbon Back into the Atmosphere ในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 .. การกำจัด หรือลดการไถพรวน Eliminating or Reducing Tillage นั้น จะช่วยกักเก็บคาร์บอนไว้ในดิน Storing Carbon Below Ground ต่อเนื่องต่อไปได้นานเท่านาน นั่นเอง ..

การเลี้ยงสัตว์หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ Managed Grazing : การจัดการอย่างเหมาะสม Properly Managed และการเลี้ยงสัตว์แบบหมุนเวียนอย่างเข้มข้น Intensive Rotational Grazing จะกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากที่ลึก และแข็งแรงขึ้น Stimulates Deeper & More Robust Root Growth ในแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์นานหลายปี ส่งผลให้มีการถ่ายโอนคาร์บอนลงสู่ดินในอัตราที่สูงขึ้น Higher Rates of Carbon Transfer into the Soil ..

งานวิจัยจากสถาบันการศึกษาทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่า หากนำวิธีการของเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Practices มาใช้ฟื้นฟูสภาพดินกันอย่างแพร่หลายแล้ว ได้รับการคาดหมายว่า พวกมันจะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ทั่วโลกได้ 23 กิกะตัน GT ภายในปี 2593 หรือเทียบเท่ากับประมาณ 5.5 – 9.2 พันล้านตัน CO2 ต่อปี .. การประมาณการศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนทั่วโลก Global Carbon Sequestration Potential นั้น แม้จะแตกต่างกันไป แต่ก็เน้นให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของดิน Highlight the Soil’s Enormous Capacity ในการเป็นทางออกสำหรับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Solution ..

2. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reducing Greenhouse Gas: GHG Emissions ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ยังจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ชั้นบรรยากาศ Tackles the Emissions that Farming Traditionally Releases into the Atmosphere ไปพร้อมอีกด้วย ทั้งนี้ ก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gases: GHGs จากแหล่งการทำเกษตรแบบดั้งเดิม Conventional Farming Source ได้แก่ :-

ไนตรัสออกไซด์ Nitrous Oxide: N2O ที่มาจากแหล่งการทำเกษตรแบบดั้งเดิม Conventional Farming Source, การผลิต และการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสังเคราะห์ Production & Application of Synthetic Nitrogen Fertilizers .. ขณะที่ ไนตรัสออกไซด์ Nitrous Oxide: N2O มีฤทธิ์รุนแรงกว่า CO2 ประมาณ 300 เท่า ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาโดยเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ด้วยการลด และกำจัดปุ๋ยสังเคราะห์ Reduced / Eliminated Synthetic Fertilizers สามารถทำให้ดินมีสุขภาพดี Healthy Soil โดยอาศัยพืชคลุมดิน Cover Crops โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว Legumes, การปลูกพืชหมุนเวียน Crop Rotation และการทำปุ๋ยหมัก Composting จะช่วยให้ดินได้รับสารอาหารตามธรรมชาติ Nutrients Naturally และลดความต้องการใช้สารเคมีสังเคราะห์ลงได้เป็นอย่างมาก Drastically Lowering the Need for Synthetic Inputs ..

คาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ที่มาจากแหล่งการทำเกษตรแบบดั้งเดิม Conventional Farming Source .. การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้ในการทำเกษตร Combustion of Fossil Fuels Used in Farming สำหรับเช่น รถแทรกเตอร์ Tractors, การผลิตปุ๋ย Making Fertilizers, การขนส่ง Transportation เป็นต้น และการปล่อยคาร์บอนที่สะสมอยู่ในดินผ่านการไถพรวน ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาโดยเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ด้วยการลดการไถพรวน Reduced Tillage จะช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงดีเซลได้อย่างมาก Saves Significant Diesel Fuel Consumption ขณะที่ระบบท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ Localized, Bio – Diverse Systems สามารถลดพลังงานที่จำเป็น Reduce the Energy Required สำหรับการผลิตสารเคมี Chemical Production และการขนส่งระยะไกล Long – Distance Transport ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมด้วย ..

มีเทน Methane: CH4 ที่มาจากแหล่งเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม Conventional Farming Source โดยส่วนใหญ่มาจากการย่อยอาหารของปศุสัตว์ การหมักในลำไส้ และการจัดการมูลสัตว์ Digestion in Livestock, Intestinal Fermentation & Animal Waste Management .. ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาเกษตรกรรมฟื้นฟูโดยการเลี้ยงสัตว์แบบองค์รวม Managed / Holistic Grazing และการเคลื่อนย้ายสัตว์บ่อย ๆ Moving Animals Frequently จะช่วยปรับปรุงสุขภาพ และความหลากหลายของทุ่งหญ้า Health & Diversity of Pastures are Improved ซึ่งอาจลดความเข้มข้นของมีเทนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ Potentially Lower Methane Intensity Per Unit of Product และเพิ่มความสามารถของทุ่งหญ้าในการกักเก็บคาร์บอน Significantly Increase the Pasture’s Ability to Sequester Carbon ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมักจะชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ..

3. การสร้างความยืดหยุ่น และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Building Climate Resilience & Adaptation ..

นอกเหนือจากการลดผลกระทบแล้ว เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ยังทำให้ฟาร์มเกษตร และระบบนิเวศ Farms & Ecosystems มีความแข็งแกร่งมากขึ้นต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น สภาพอากาศสุดขั้ว Extreme Weather เป็นต้น ได้แก่ :-

การจัดการน้ำที่ดีขึ้น Improved Water Management : ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน Soil Organic Matter: SOM ที่สูง ทำให้ดินทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ Function Like a Sponge ช่วยให้ดินดูดซับน้ำฝนปริมาณมาก ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และการกัดเซาะ Reducing Flood & Erosion Risk และกักเก็บน้ำได้นานขึ้น Hold onto Water Longer ทำให้พืชผลมีความทนทานต่อภัยแล้ง และคลื่นความร้อนมากขึ้น Making Crops Much More Resilient to Drought & Heatwaves ..

ความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น Increased Biodiversity : พืชผลที่หลากหลาย Diverse Crops, พืชคลุมดิน Cover Crops และการเลี้ยงปศุสัตว์แบบบูรณาการ Integrated Livestock สามารถสร้างระบบนิเวศที่เสถียรมากขึ้นในฟาร์ม Create a More Stable Ecosystem on the Farm และช่วยลดความเสี่ยงที่ศัตรูพืช หรือโรคเดียวชนิดใดชนิดหนึ่งจะทำลายผลผลิต Reduces Risk of a Single Pest or Disease Wiping out a Harvest ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ Significant Climate – Related Threat ..

นอกจากนั้นแล้ว วนเกษตร Agroforestry และไบโอชาร์ Biochar สามารถบูรณาการเข้ากับแนวทางแบบผสมผสาน Hybrid Approach เพื่อให้การกักเก็บคาร์บอนในดินมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกได้ Soil Carbon Sequestration More Effective ด้วยการบูรณาการต้นไม้ และไม้พุ่มเข้ากับพื้นที่เพาะปลูก และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ Integrating Trees & Shrubs into Crop & Pasture Land .. ระบบวนเกษตรที่ใช้ไบโอชาร์ Biochar – Based Agroforestry Systems: AFSs จึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน Restore Soil Fertility, เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร Enhance Crop Productivity และมีส่วนช่วยในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Contribute to Climate Change Mitigation .. หลักฐานทั่วโลกเกี่ยวกับการบูรณาการไบโอชาร์เข้ากับระบบวนเกษตร Global Evidence on the Integration of Biochar into AFS เน้นให้เห็นถึงผลลัพธ์ทั้งทางด้านนิเวศวิทยา และเศรษฐกิจสังคม Ecological & Socioeconomic Outcomes ที่พึงปรารถนา และน่าตื่นเต้น ..

Regenerative Agriculture by Agroforestry & Benefits of Agroforestry | Credit: EESI

โดยสรุปแล้ว เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture คือ ทางออกจากภาคการเกษตร Agriculture Sector ที่ครอบคลุมสำหรับข้อไขการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Holistic Climate Solutions เพราะพวกมันช่วยหยุดยั้งการทำลายล้าง Stop the Destruction, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduces GHG Emissions และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม Restore the Environment ด้วยการกักเก็บคาร์บอนในชั้นบรรยากาศไว้ในดิน Storing Atmospheric Carbon in the Soil ไปพร้อม ๆ กัน .. ทั้งนี้ เพื่อให้ความยั่งยืนของดิน Soil Sustainability นำไปสู่ความยั่งยืนของโลก Leads to Global Sustainability ได้สำเร็จในที่สุดจากนี้ไป ..

เกษตรกรรมฟื้นฟูในประเทศไทย Regenerative Agriculture in Thailand ..

เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ในประเทศไทย กำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงผลักดันจากความจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นที่สำคัญ Crucial Need to Address Significant Local Environmental Challenges เช่น การเสื่อมโทรมของดิน Soil Degradation, การขาดแคลนน้ำ Water Scarcity, มลพิษทางอากาศจากการเผาพืชผล Air Pollution from Crop Burning และผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Immediate Impacts of Climate Change เช่น ภัยแล้ง และน้ำท่วม Drought & Flooding เป็นต้น ..

แม้ว่า การเกษตรปลูกพืชเชิงเดียวซ้ำ ๆ รูปแบบดั้งเดิม โดยพึ่งพาสารเคมี Traditional Chemical – Reliant Monoculture จะยังคงเป็นบรรทัดฐาน แต่ก็มีโครงการริเริ่มที่สำคัญ Major Initiatives ใหม่ ๆ หลายโครงการในประเทศไทยทั้งจากภาครัฐ และเอกชน กำลังผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่เกษตรกรรมฟื้นฟู Transition to Regenerative Agriculture ..

ทั้งนี้ ภาพรวมของภูมิทัศน์การเกษตรแบบฟื้นฟูในประเทศไทย Rehabilitative Agricultural Landscape in Thailand และปัจจัยขับเคลื่อนกับแนวปฏิบัติที่สำคัญของไทยนั้น พบว่ามีการปรับแนวทางเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ให้เหมาะสมกับพืชผลหลักในประเทศหลายชนิด ได้แก่ ข้าว มะพร้าว กาแฟ และมันสำปะหลัง สรุปได้ดังนี้ :-

1. แนวปฏิบัติหลักที่กำลังดำเนินการของไทย ได้แก่ :-

การปลูกพืชคลุมดิน และการปลูกพืชแซม Cover Cropping & Intercropping : ซึ่งนี่คือ หัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพืชยืนต้น Cornerstone, Especially in Perennial Crops เช่น มะพร้าว Coconuts และกาแฟ Coffee เพื่อลดการกัดเซาะของดินในช่วงฤดูมรสุม และเพื่อเพิ่มการกักเก็บความชื้นในดินในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก ..

การไถพรวนแบบลด หรือไม่ไถพรวน Reduced or No – Tillage : ซึ่งมีความสำคัญต่อการปรับปรุงโครงสร้างดิน Improving Soil Structure และความสามารถในการกักเก็บน้ำ Water – Holding Capacity โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตข้าวหอมมะลิ Jasmine Rice Production ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งมักประสบปัญหาปริมาณวัตถุอินทรียสารในดินต่ำ ..

วนเกษตร Agroforestry : การบูรณาการต้นไม้ Integrating Trees เช่น กาแฟ Coffee หรือแมคคาเดเมีย Macadamia และผลไม้ตามฤดูกาลในท้องถิ่น Local Seasonal Fruits เช่น ทุเรียน Durian, เงาะ Rambutan, มังคุด Mangosteen และมะม่วง Mango เป็นต้นนั้น เข้ากับระบบการทำฟาร์ม Farming Systems, ปศุสัตว์ Livestock และการเลี้ยงสัตว์น้ำ Aquaculture โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และชายฝั่งทะเลในภาคใต้ของไทย ช่วยสร้างระบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้น Create More Resilient Systems เพื่อต่อสู้กับความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝน Combat Rainfall Variability และเพิ่มความหลากหลายให้กับรายได้ของเกษตรกร Adding Diversify Farmers’ Income ..

Regenerative Master Plan, Wawee Valley in Northern Thailand | Credit: renature

การใช้ปัจจัยการผลิตอินทรีย์ และการทำปุ๋ยหมัก Organic Inputs & Composting : โครงการฝึกอบรมเกษตรกรไทย Training Program for Thai Farmers มุ่งเน้นการใช้ของเสียทางการเกษตรในพื้นที่ เช่น เศษพืชผล Crop Residues และมูลสัตว์ Animal Manure เพื่อผลิตพลังงาน Energy Production และสร้างปุ๋ยหมักธรรมชาติ Create Natural Compost ซึ่งช่วยเพิ่มสุขภาพของดิน Boosts Soil Health และลดต้นทุนปุ๋ยเคมีสำหรับเกษตรกรไทยโดยตรง Directly Reduces the Cost of Synthetic Fertilizers for Thai Farmers ..

2. โครงการที่นำโดยภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นไปที่ห่วงโซ่อุปทาน Industry – Led Projects in Supply Chain Focus .. ทั้งนี้ บริษัทระหว่างประเทศ และบริษัทท้องถิ่น International & local companies คือ ตัวเร่งหลัก Primary Accelerators ที่มุ่งเน้นที่สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการส่งออก High – Value, Export – Oriented Commodities ได้แก่ :-

โครงการเกษตรมะพร้าวแบบฟื้นฟู Regenerative Coconuts Agriculture Project: ReCAP : ความร่วมมือระหว่างบริษัท Harmless Harvest, Danone Ecosystem Fund และ GIZ ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนาการเกษตรของเยอรมนี เพื่อเปลี่ยนการปลูกมะพร้าวเชิงเดี่ยวแบบดั้งเดิม Transform Conventional Coconut Monocultures ไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์ฟื้นฟูแบบยั่งยืน Regenerative Organic Practices เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Fight Climate Change และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรไทย Improve Thai farmer Resilience ..

โครงการข้าวหอมมะลิ Jasmine Rice ของบริษัท ยูนิลีเวอร์ จากสหราชอาณาจักร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Unilever PLC Project in Partnership with Kasetsart University : มุ่งเน้นการปรับปรุงสุขภาพดิน และการจัดการน้ำสำหรับข้าวหอมมะลิ Focused on Improving Soil Health & Water Management for Jasmine Rice .. ผลการศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นถึงการลดการใช้ปุ๋ยอย่างมีนัยสำคัญได้อย่างน้อย 30 – 40% ผ่านการทดสอบดิน และการให้ความรู้แก่ชาวนาไทยไปพร้อมด้วย ..

โครงการกาแฟ หรือ Coffee++ Thailand Project : บริษัท GIZ และเนสท์เล่ Nestlé ร่วมทำโครงการเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture โดยมีเป้าหมายในการฝึกอบรมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้า Robusta Coffee Farmers หลายพันคนในภาคใต้ของประเทศไทย ให้ใช้แนวทางการทำเกษตรฟื้นฟูแบบยั่งยืน Adopt Regenerative Practices เพื่อเพิ่มผลผลิต Increase Yields, ปรับปรุงคุณภาพชีวิต Improve Livelihoods และสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อภัยแล้งที่ยาวนาน Build Climate Resilience against Prolonged Drought ..

โครงการ “Thai Farmer Better Life Partner Project” ของกลุ่มบริษัทอาจิโนโมโต๊ะ Ajinomoto Group’s : มุ่งเน้นการผลิตมันสำปะหลังอย่างยั่งยืน Sustainable Cassava Production, ใช้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตกรดอะมิโนเป็นปุ๋ย Using Co – Products from their Amino Acid Process as Fertilizer, ปิดวงจรธาตุอาหาร Closing the Nutrient Loop และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเพาะปลูก Providing Education on Cultivation Techniques ที่จะไม่ทำให้ดินเสื่อมโทรม Prevents Soil Degradation ..

จนถึงวันนี้ รัฐบาลไทย Thai Government กำลังเร่งให้ความสำคัญกับการเกษตรแบบยั่งยืน Sustainable Agriculture และคาร์บอนเครดิต Carbon Credits ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ ภายในปี 2608 .. นโยบายภาครัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กำลังปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จากโครงการสมัครใจ Voluntary Schemes ไปสู่กรอบการทำงานที่เป็นทางการ และมีระเบียบมากขึ้น พร้อมด้วยแรงจูงใจที่แข็งแกร่งสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติในภาคการเกษตร ..

ทั้งนี้ นโยบายภาครัฐ และโครงการเฉพาะต่าง ๆ ของไทยที่โดดเด่นสำหรับการทำเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ประกอบด้วย :-

1. โครงการเครดิตคาร์บอน Carbon Credit Schemes ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจสำคัญ Key Economic Instrument โดยประเทศไทย ประยุกต์ใช้ตลาดภายในประเทศแบบสมัครใจเป็นหลัก Primarily Utilizing the Voluntary Domestic Market แต่กำลังวางรากฐานสำหรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ Laying the Groundwork for International Compliance ไปพร้อมด้วย ..

2. แผนการเกษตรแบบยั่งยืน Sustainable Agriculture และแผนงานด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action Plans โดยรัฐบาลไทย ได้บูรณาการการเกษตรแบบยั่งยืน และการเกษตรอัจฉริยะที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ Sustainable & Climate – Smart Agriculture เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติหลัก Core National Strategy มาระยะหนึ่งแล้ว ..

3. แรงจูงใจด้านการเงิน และความรู้ Financial & Knowledge Incentives โดยใช้กลไกการสนับสนุนทางการเงิน Financial Support Mechanisms เช่น กองทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Fund ที่เสนอจัดตั้งขึ้น และการสนับสนุนที่มีอยู่จากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือ กสก. Bank for Agriculture & Agricultural Cooperatives: BAAC ซึ่งมีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้เงินทุน Provide Financing และสินเชื่อสีเขียวดอกเบี้ยต่ำ Provide Low – Interest Green Loans แก่เกษตรกรที่กำลังเปลี่ยนไปใช้แนวทางปฏิบัติที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และยั่งยืน Farmers Transitioning to Low – Carbon & Sustainable Practices ..

แนวโน้มโดยรวมนั้น ชัดเจน .. ประเทศไทย Thailand กำลังก้าวไปสู่การผนวกหลักการฟื้นฟู และการเกษตรที่ชาญฉลาดด้านสภาพภูมิอากาศ เข้ากับนโยบายด้านการเกษตร โดยการสร้างแรงจูงใจทางการตลาดที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระดับชาติที่ชัดเจนสำหรับเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ไม่มีข้อสงสัย ..

คาดการณ์ตลาดเกษตรกรรมฟื้นฟูทั่วโลก Global Regenerative Agriculture Market ..

อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Gran View Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดเกษตรกรรมฟื้นฟูทั่วโลก Global Regenerative Agriculture Market มีมูลค่าอยู่ที่ 12.66 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 57.16 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับการลงทุนในตลาดเกษตรกรรมฟื้นฟูทั่วโลก Global Regenerative Agriculture Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุดรวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 18.7 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2568 – 2576 .. การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาล Governments, องค์กร Organizations และสมาคมสวัสดิการเกษตรกร Farmer Welfare Associations คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู Drives the Regenerative Agriculture Market ..

การพัฒนาเทคโนโลยี และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล Development of Technology & Data Analytics Tools ช่วยอำนวยความสะดวกในการนำแนวทางการทำเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Farming Practices มาใช้ในวงกว้าง .. นวัตกรรมด้านการสำรวจระยะไกล Innovations in Remote Sensing, การตรวจสอบสุขภาพดิน Soil Health Monitoring และแพลตฟอร์มการจัดการฟาร์มดิจิทัล Digital Farm Management Platforms ช่วยให้เกษตรกรสามารถวัดผลลัพธ์ เช่น การกักเก็บคาร์บอน Carbon Sequestration, การกักเก็บน้ำ Water Retention และความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น .. เครื่องมือเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยยืนยันประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรรมฟื้นฟูเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เข้าถึงตลาดคาร์บอน Enabling Access to Carbon Markets, โครงการรับรอง Certification Schemes และแรงจูงใจตามผลการปฏิบัติงาน Performance – Based Incentives ได้อีกด้วย .. ทั้งนี้ เมื่อการเกษตรดิจิทัล Digital Agriculture เข้าถึงได้ง่าย และคุ้มค่ามากขึ้น More Accessible & Cost – Effective ก็จะช่วยลดอุปสรรคในการเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการเกษตรแบบฟื้นฟู สำหรับฟาร์มขนาดเล็ก และขนาดกลาง Lowering the Barriers for Smaller & Medium – Sized Farms to Transition toward Regenerative Models ไปพร้อมด้วย ..

การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาล Governments, องค์กร Organizations และสมาคมสวัสดิการเกษตรกร Farmer Welfare Associations ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด .. เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture คือ แนวทางการทำฟาร์มที่มุ่งเน้นการเพิ่ม และปรับปรุงสุขภาพของดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ บริการของระบบนิเวศ และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกในฐานะทางเลือกที่ยั่งยืนแทนการทำฟาร์มเกษตรเชิงเดี่ยวแบบดั้งเดิม Sustainable Alternative to Conventional Monoculture Farming Practices ที่มักพึ่งพาปัจจัยการผลิตสังเคราะห์ Synthetic Inputs และการไถพรวนอย่างหนัก Heavy Tillage ..

รัฐบาลในประเทศทั่วโลก Governments Worldwide ตระหนักถึงความสำคัญของตลาดนี้ในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Mitigating Climate Change, การเพิ่มสุขภาพของดิน Enhancing Soil Health และการปรับปรุงความมั่นคงทางอาหาร Improving Food Security .. พวกเขาให้สิ่งจูงใจ Incentives, เงินอุดหนุน Subsidies และโครงการสนับสนุน Support Programs เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำแนวทางการทำฟาร์มแบบฟื้นฟูมาใช้ ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ กระทรวงเกษตร Department of Agriculture ได้ริเริ่มโครงการหลายโครงการเพื่อส่งเสริมตลาดนี้ เช่น โครงการสิ่งจูงใจด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม Environmental Quality Incentives Program, โครงการดูแลรักษาการอนุรักษ์ Conservation Stewardship Program และโครงการความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ระดับภูมิภาค Regional Conservation Partnership Program เป็นต้น .. ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาตระหนักถึงประโยชน์ของพวกมัน ..

Regenerative Agriculture / Principles of Regenerative Agriculture | Credit: Sciencemill.Org

เกษตรกร Farmers สามารถลดต้นทุนการผลิต Reducing Production Costs, ปรับปรุงสุขภาพดินImproving Soil Health และเพิ่มผลผลิต Increasing Yield ได้โดยการนำแนวทางเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture มาใช้ .. ยิ่งไปกว่านั้น ประโยชน์ของแนวทางปฏิบัติเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับฟาร์มเท่านั้น ดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soil และระบบนิเวศที่หลากหลาย Diverse Ecosystems สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ Improve Water Quality, ลดการกัดเซาะ Reduce Erosion และสนับสนุนที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า Support Wildlife Habitats ..

ดังนั้น รัฐบาล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ จึงตระหนักถึงศักยภาพของเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ในการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กว้างขึ้น นอกเหนือจากการทำฟาร์ม ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของแนวทางปฏิบัติแบบฟื้นฟูมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความชอบของผู้บริโภคไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตโดยใช้แนวทางปฏิบัติเหล่านี้ .. ผู้บริโภค Consumers กำลังมองหาอาหารที่ไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น แต่ยังต้องผลิตด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Environmentally Sustainable และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น Supports Local Communities มาพร้อมอีกด้วย .. คาดหมายได้ว่า ตลาดเกษตรกรรมฟื้นฟูทั่วโลก Global Regenerative Agriculture Market จะเติบโตต่อเนื่องด้วยความเร่งได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่คาดการณ์ และจากนี้ไป ..

สรุปส่งท้าย ..

เนื่องเพราะ เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture คือ แนวทางการทำฟาร์มเกษตรแบบองค์รวม Holistic Farming Approach ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และระบบนิเวศโดยรวม Focuses on Restoring & Enhancing the Health of the Soil & the Entire Ecosystem ขณะที่ การจัดการดินอย่างยั่งยืน Sustainable Soil Management เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก Cornerstone of Global Sustainability เพราะดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soils มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร Food Security, การบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Mitigation, การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Conservation และระบบน้ำ Water Systems ..

ความเชื่อมโยงระหว่างการจัดการดินอย่างยั่งยืน Sustainable Soil และการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก Global Sustainability ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ UN’s Sustainable Development Goals: SDGs โดยสุขภาพของดิน Soil Health มีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายอย่างน้อย 14 จาก 17 ข้อ เป็นต้น ..

มากกว่า 95 % ของอาหารทั่วโลกผลิตขึ้นจากดิน .. เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture และการจัดการดินอย่างยั่งยืน Sustainable Soil Management ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความยืดหยุ่นในระยะยาวสำหรับการเกษตร เพื่อเลี้ยงดูประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น ..

Regenerative Agriculture / The Principle of Regeneration | Credit: HORUS Impact

ดิน Soil คือ แหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกที่ใหญ่ที่สุด Largest Terrestrial Carbon Sinks .. ดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soil จะกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ในชั้นบรรยากาศในรูปของคาร์บอนอินทรีย์สาร Organic Carbon ซึ่งช่วยชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Offset Greenhouse Gas: GHG Emissions และควบคุมสภาพภูมิอากาศโลก Regulate the Earth’s Climate ..

เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ดิน Soil เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย Habitat for a Vast Array of Organisms ตั้งแต่จุลินทรีย์ Microorganisms ไปจนถึงแมลง Insects ซึ่งเป็นแหล่งรองรับความหลากหลายทางชีวภาพ Supporting Planet’s Biodiversity ถึง 1 ใน 4 ของโลก .. สิ่งมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหมุนเวียนของสารอาหาร Nutrient Cycling, การยับยั้งโรค Disease Suppression และความสมดุลของระบบนิเวศโดยรวม Overall Ecosystem Balance .. นอกจากนั้น ดินที่อุดมสมบูรณ์ Healthy Soil ยังช่วยปรับปรุงการกรองน้ำ Improves Water Filtration, การทำให้บริสุทธิ์ Purification และการกักเก็บน้ำ Water Retention ซึ่งช่วยป้องกันมลพิษของแหล่งน้ำ Prevent Pollution of Water Sources, ลดความต้องการการชลประทาน Reduce Irrigation Needs และบรรเทาความรุนแรงของภัยแล้ง และน้ำท่วม Mitigate the Severity of Droughts & Floods ..

ทั้งนี้ มั่นใจได้ว่า เกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture และการจัดการดินอย่างยั่งยืน Sustainable Soil Management สามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเกษตรมาพร้อมด้วยได้ โดยช่วยลดการกัดเซาะ และการเสื่อมโทรมของดิน Reduces Soil Erosion & Degradation ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และปัจจัยการผลิตราคาแพงของเกษตรกร Reducing Farmers’ Reliance on Chemical Fertilizers & Expensive Inputs, เสริมสร้างความยืดหยุ่น Enhancing Resilience และความมั่นคงทางการเงิน Financial Stability ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ..

Regenerative Agriculture / 5 Core Principles of Regenerative Agriculture | Credit: ResearchGate GmbH

สำหรับประเทศไทย Thailand ในฐานะหนึ่งในชาติเกษตรกรรมชั้นนำของโลก ซึ่งกำลังมุ่งลดการทำเกษตรด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยว Reduce Monoculture Farming และเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรกรรมฟื้นฟู Transition to Regenerative Agriculture นั้น การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว Developing the Bioeconomy, Circular Economy & Green Economy: BCG Economy คือ กรอบยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งยวดเรื่องหนึ่งของไทย ผนวกกับการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งการใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่ยั่งยืน New Theory Sustainable Agriculture ร่วมกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Sources ในพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจการเกษตร Create Added Value in the Agricultural Economy ควบคู่ไปกับการรักษาความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ Conservation และการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ Utilization of Natural Resources & Biodiversity รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตทั้งภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม การให้บริการ และการบริโภค เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และระบบนิเวศโดยรวม Increasing Soil Fertility & the Overall Ecosystem ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้มาพร้อมด้วย .. ทั้งนี้ เชื่อมั่นได้ว่า เกษตรกรรมยั่งยืน Sustainable Agriculture ตามแนวปฏิบัติเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture Practices นั้น สามารถสร้างสมดุลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่คาดหวังไว้ได้ และจะกลายเป็นวิถีหลักสู่ความมั่นคงด้านอาหารได้อย่างแท้จริงสำหรับอนาคตการเกษตรที่เหนือชั้นกว่า Superior Agricultural Future ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

……………….

คอลัมน์ : Energy Key

By โลกสีฟ้า ..

สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-

Regenerative Agriculture | Wikipedia :-

https://en.wikipedia.org/wiki/Regenerative_agriculture

What is Regenerative Agriculture? | World Economic Forum :-

https://www.weforum.org/stories/2022/10/what-is-regenerative-agriculture

Regenerative Organic Agriculture | Rodale Institute :-

Regenerative Agriculture: A Sustainable Farming Model for Smallholders | Musim Mas Group :-

In Thailand, the Future of Farming is Regenerative | National Geographic :-

https://www.nationalgeographic.com/environment/article/paid-content-in-thailand-the-future-of-farming-is-regenerative

Global Regenerative Agriculture Market | Grand View Research :-

https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/regenerative-agriculture-market-report

Sustainable Agriculture Solutions :-

https://photos.app.goo.gl/2GbAHecStLyZHDtq6

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img