รมว.กต.เผยรัฐบาลจับตาความขัดแย้งอิสราเอล–สหรัฐฯ กับอิหร่าน ใกล้ชิด ห่วงคนไทยกว่า 200 ชีวิตในอิหร่าน พร้อมอำนวยความสะดวก 20 คนแรกประสงค์กลับประเทศ เตรียมแผนอพยพผ่านตุรกี–โอมาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่าน และการตอบโต้ของอิหร่าน
รัฐบาลไทยแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ
รมว.การต่างประเทศระบุว่า ปัจจุบันมีคนไทยในอิหร่านประมาณ 200 กว่าคน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ติดต่อกับชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด และแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง ขณะนี้มีคนไทยราว 20 คนแจ้งความประสงค์ขอกลับประเทศไทย ซึ่งหากดำเนินการจะต้องเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนตุรกี ระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศ เนื่องจากน่านฟ้าในพื้นที่ปิดอยู่
รัฐบาลเตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริเวณชายแดนดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวก หากมีจำนวนไม่มากสามารถใช้เที่ยวบินพาณิชย์ได้ แต่หากมีจำนวนมากอาจต้องประสานเครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับ
ส่วนคนไทยในอิสราเอลมีประมาณ 65,000 คน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบ และยังไม่มีผู้แสดงความประสงค์เดินทางกลับ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานงานใกล้ชิดกับชุมชนไทย ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทย
สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะกรุงอาบูดาบีและนครดูไบ มีคนไทยแสดงความประสงค์กลับประเทศกว่า 1,000 คน เบื้องต้นสามารถเดินทางออกผ่านสนามบินกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ซึ่งยังเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์มายังประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต โดยเฉพาะบาห์เรนมีประมาณ 6,500 คน รัฐบาลมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมประสานการเดินทางผ่านประเทศซาอุดีอาระเบียหากจำเป็น
รมว.การต่างประเทศประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการดูแลและอพยพคนไทย รวมถึงผลกระทบภายในประเทศ พร้อมย้ำให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวในช่วงนี้
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานให้ข้อมูลแก่ญาติของคนไทยในตะวันออกกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในพื้นที่ยังสามารถติดต่อได้ แม้มีสัญญาณสะดุดเป็นช่วง ๆ และได้เตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารและน้ำดื่มไว้แล้ว.



















