“เทพไท” ชำแหละมูลเหตุ “เป่าคดีฮั้ว สว.” เพื่อรองรับแต่งตั้ง “ครม.ใหม่” เป็นผลจากมี “ว่าที่ รมต.หลายคน” มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. ถ้าชิงรีบปัดตก ก็ไม่ติดขัดเรื่องฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง แต่หากภายหลังติดร่างแห ก็เป็นเหตุอ้างได้ว่า เกิดภายหลังตั้งครม.แล้ว จึงไม่ได้ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงเช่นกัน ถือเป็นการวางแผนที่แนบเนียนที่สุด
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “เป่าคดีฮั้ว สว. รองรับแต่งตั้ง ครม.ใหม่” มีรายละเอียดว่า…“หลังจากที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้ออกหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.69 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย และกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.อย่างแน่นอน
ซึ่งไม่ได้ผิดความคาดหมาย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่พรรคภูมิใจไทยได้วางไว้แล้วทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของคดีฮั้ว สว. ที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ได้สอบสวน มี สว. จำนวน 138 คน และบุคคลอื่นที่เป็นนักการเมือง หรือที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอีกจำนวน 91 คน รวมเป็น 229 คน จนต่อมาประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้แต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 อีกชุดหนึ่ง เพื่อกลั่นกรองการสอบสวนอนุกรรมการชุดที่ 26
จนล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการลงมติ 5:2 ยืนยันว่าคดีฮั้ว สว. มีผู้เกี่ยวข้อง 229 คน ไม่มีมูล ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดใหญ่ต่อไป แสดงให้เห็นว่าคดีฮั้ว สว. จากความเห็นและมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 ไม่มีความผิด สอดคล้องกับความเห็นเกี่ยวกับการตั้งรัฐมนตรีใน “รัฐบาลอนุทิน 2” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลีกเลี่ยงที่จะแต่งตั้งบุคคลที่มีปัญหาด้านจริยธรรม เพียงแค่มีข้อสงสัยหรือเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยยกเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐาน
จึงทำให้คดีฮั้ว สว.ซึ่งมี สส.จำนวนหนึ่ง ที่มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. และมีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ถ้าหากการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรียังอยู่ในการสอบสวนของอนุกรรมการที่ยังไม่มีข้อสรุปว่า มีมูลสั่งฟ้องหรือไม่ จะเป็นปัญหาในการแต่งตั้งว่า จะขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ เมื่ออนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติ 5:2 ว่าคดีฮั้ว สว.ไม่มีมูล จึงเป็นโอกาสทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ เป็นไปได้สะดวก ด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ
1.มีการเป่าคดีเสียก่อน จะทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ไม่ต้องตะขิดตะขวงใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล สามารถจะอธิบายได้ว่า ระหว่างการแต่งตั้งรัฐมนตรี มติของอนุกรรมการชุดที่ 36 สั่งไม่มีมูลการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. จึงไม่ได้ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
2.ถ้าหากคดีฮั้ว สว. มีโอกาสพลิกโดยคณะกรรมการเลือกตั้งชุดใหญ่ มีมติสั่งฟ้อง สามารถอธิบายได้ว่า มติการสั่งฟ้องในคดีฮั้ว สว. เกิดหลังจากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จึงทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ไม่ได้ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า เมื่ออนุกรรมการชุดที่ 36 ชงมาในลักษณะคดีไม่มีมูล คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดใหญ่ จะเห็นชอบตามมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 มิฉะนั้นคงจะไม่มีการตั้งอนุกรรมการซ้อนอนุกรรมการขึ้นมา ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็เพื่อจะมาเป่าคดีที่อนุกรรมการชุดที่ 26 สั่งมีมูล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีการเตรียมการ และวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แนบเนียนมากที่สุด
เชื่อว่าในที่สุด คณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 2 จะไม่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. อย่างแน่นอน”



















