หน้าแรกNEWSศบก. เผยวิกฤตตะวันออกกลางลุกลามต่อเนื่อง กระทบราคาน้ำมันโลก – เร่งอพยพคนไทย ย้ำใช้การทูตยุติความรุนแรง

ศบก. เผยวิกฤตตะวันออกกลางลุกลามต่อเนื่อง กระทบราคาน้ำมันโลก – เร่งอพยพคนไทย ย้ำใช้การทูตยุติความรุนแรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รองโฆษก กต. แถลงสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวง หลายประเทศสกัดขีปนาวุธ-โดรน ขณะเรือน้ำมันติดค้างช่องแคบฮอร์มุซกระทบเศรษฐกิจโลก พร้อมเร่งช่วยคนไทยกว่า 1,100 คน ย้ำติดตามประกาศทางการใกล้ชิด

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโจมตีทางอากาศตอบโต้กันในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ ประเทศกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ แหล่งน้ำมันและสนามบิน ขณะเดียวกัน เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความกังวลของนานาประเทศ รวมถึงเสียงประณามต่อการใช้กำลังทางทหารในเลบานอน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้น

นายปาณิดล กล่าวต่อว่า หลายประเทศได้ปฏิเสธการเข้าร่วมกองกำลังเรือรบเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตามคำร้องขอของสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ในปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกโดยเร็ว ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการ และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ในส่วนความร่วมมือระดับภูมิภาค นายปาณิดล ระบุว่า จากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้หารือถึงผลกระทบด้านพลังงานและค่าครองชีพ โดยในระยะสั้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอให้ใช่กลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงปิโตรเลียมของอาเซียน เพื่อลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนพลังงาน ขณะที่ในระยะยาวเสนอให้อาเซียนเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก รวมถึงพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าเพื่อเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การเงิน และการขนส่ง เพื่อลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจ โดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืนให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง และหันมาใช้การเจรจาทางการทูต เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมทั้งเน้นย้ำการเสริมสร้างกลไกอาเซียนให้เข้มแข็งในการรับมือวิกฤติภายนอก

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายสีหศักดิ์ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศยูเออี เพื่อขอบคุณในการดูแลคนไทยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ รวมถึงการช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” จำนวน 20 คนให้เดินทางกลับไทยได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตได้จัดแผนอพยพคนไทยในอิหร่านเพิ่มเติม 2 รอบ ในวันที่ 17 มี.ค. และ 25 มี.ค. โดยประสานเจ้าหน้าที่ดูแลเส้นทางบริเวณชายแดนตุรกี เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางทางบกไปขึ้นเครื่องบินกลับประเทศได้ และอาจเพิ่มรอบอพยพตามความเหมาะสมของสถานการณ์

ปัจจุบัน มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางแล้ว รวม 1,116 คน โดยรัฐบาลยืนยันจะเร่งช่วยเหลือคนไทยให้เดินทางออกจากพื้นที่อันตรายโดยเร็วที่สุดอย่างปลอดภัย

นายปาณิดล กล่าวย้ำว่า ไทยยังคงผลักดันแนวทางสันติวิธี โดยนายสีหศักดิ์ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ซึ่งฝ่ายอิหร่านได้แสดงความเสียใจ และรับปากประสานกองทัพเรือเพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งแสดงความห่วงกังวลต่อความปลอดภัยของการเดินเรือ โดยไทยยืนยันไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และต้องการให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างปลอดภัย.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img