“อภิสิทธิ์” แนะรัฐใช้กลไกภาษีลาภลอยคุยโรงกลั่น เฉือนเนื้อค่าการกลั่นลิตรละ 3 บาท อุดหนุนกองทุนน้ำมัน อย่าปล่อยประชาชนแบกหลังแอ่นฝ่ายเดียว แนะถอดบทเรียนประกาศจำกัดเวลาอุ้มดีเซล ทำคนแห่เติม น้ำมันไม่พอ ผู้ค้ากักตุนหวังฟันกำไร
วันที่ 14 มี.ค.2569 เวลา 15.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงาน ว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมัน และปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการบริหารจัดการเรื่องนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ทั้งนี้ต้นทุนราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ และยังไม่มีใครสามารถตอบได้ชัดเจนว่า แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร สถานการณ์จะยืดเยื้อแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญเมื่อรัฐบาลตั้งเป้าลดภาระให้ประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล รัฐบาลจำเป็นต้องมีแนวทางทำให้ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ผู้ค้า และภาคอุตสาหกรรม สามารถปฏิบัติตามได้ ไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบที่เราเห็นในช่วงที่ผ่านมา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากการที่รัฐบาลประกาศมาตรการลดราคาน้ำมันว่าจะสิ้นสุดภายในระยะเวลากี่วัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนกังวลว่าน้ำมันจะแพงขึ้น จึงเร่งเติมน้ำมัน หรือมีการเก็บกักน้ำมัน ขณะเดียวกันในแง่ของธุรกิจก็มีแรงจูงใจว่า ไม่ต้องรีบเอาของออกมาขาย เพราะรู้ว่าในเวลาไม่นานจะมีการขึ้นราคา ซึ่งถือเป็นการเก็บเกี่ยวบทเรียนที่สำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการว่าต้องไม่ส่งสัญญาณที่จะทำให้เกิดความกังวลในตลาด ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรนำไปทบทวนคือ การดำเนินมาตรการที่ทำให้เกิดส่วนต่างราคาน้ำมันที่ประชาชนไปเติมหน้าปั๊มกับน้ำมันที่ภาคอุตสาหกรรมเคยซื้อ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมมาแย่งซื้อน้ำมันจากประชาชน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ปัญหาดังกล่าว
“สิ่งสำคัญที่สุดที่พรรคประชาธิปัตย์อยากเสนอคือ การลดภาระของกองทุนน้ำมัน ซึ่งตัวเลขการอุดหนุนในแต่ละวันสูงขึ้นแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลเองก็แสดงความกังวลว่าเมื่อกองทุนติดลบจะต้องกู้เงินเพิ่ม หรือใช้การค้ำประกัน ขณะนี้คนรับภาระราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดคือผู้ใช้ และประชาชน เพราะเมื่อมีการดึงเงินจากกองทุนน้ำมันมาใช้ ประชาชนก็จะจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นในอนาคต”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์อยากนำเสนอมาตรการเร่งด่วนที่สุดคือให้ 2 ภาคส่วน มาช่วยแบ่งเบาภาระ คือ รัฐบาล ที่ปัจจุบันยังเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละ 6 บาท หากมีการยกเว้นภาษีตรงนี้ก็จะแบ่งเบาภาระให้ประชาชน และส่วนที่ 2 คือ การให้โรงกลั่นนำส่งเงินจากค่าการกลั่นที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท โดยนำส่งเป็นเงินอุดหนุนให้กองทุนน้ำมันลิตรละ 3 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ และทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันมีเงินเพียงพอที่จะบริหารจัดการโดยไม่เป็นอันตรายต่อสถานะของกองทุนในอนาคต ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถช่วยดูแลราคาน้ำมันได้จนถึงช่วงสงกรานต์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า อยากให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับการแก้ปัญหาล่วงหน้าในส่วนของเม็ดพลาสติก และปุ๋ย ที่จะส่งผลกระทบกับภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ส่วนข้อกังวลที่ว่าในการเจรจากับโรงกลั่นอาจทำได้ยากลำบาก เพราะบางแห่งก็อาจมีนักการเมือง ถือหุ้นอยู่ด้วยยอมรับว่าอาจมีความยุ่งยากในเชิงของขั้นตอนต่างๆ แต่ในอดีตเคยมีการใช้มาตรการภาษีลาภลอย ซึ่งเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา เคยเกิดสถานการณ์แบบนี้ และรัฐบาลในขณะนั้นก็มีการเรียกผู้ประกอบการเข้าไปตกลงว่าจะแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนเพิ่ม ซึ่งก็ทำได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงมองว่าน่าจะสามารถทำได้อีก ซึ่งตัวเลขต่างๆ ก็ได้ปรากฏสะท้อนชัดเจนว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามหากมีโอกาสได้พบกับนายกรัฐมนตรีก็จะพูดคุยในข้อเสนอดังกล่าว รวมถึงยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยใช้กลไกของสภาฯ



















