หน้าแรกHighlight‘อนุทิน-พิพัฒน์’พูดไม่ตรง‘ไอ้โม่ง’กักตุน ดักคอ“อย่าโยนบาปประชาชนเป็นแพะ”

‘อนุทิน-พิพัฒน์’พูดไม่ตรง‘ไอ้โม่ง’กักตุน ดักคอ“อย่าโยนบาปประชาชนเป็นแพะ”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” ดักคอ “อย่าโยนให้ปชช.เป็นแพะ” เรื่องกักตุนน้ำมัน เหน็บ “อนุทิน” พูดไม่ตรงกับ “พิพัฒน์” ว่ามี “ไอ้โม่ง” กักตุนหรือไม่ ไล่ให้กลับไปดู “โรงกลั่น” กับ “คลังน้ำมัน” ใครคือผู้กักตุน เพราะจะมีปชช.ที่ไหนมีปัญญากักตุนน้ำมันได้

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “อย่าโยนให้ประชาชนเป็นแพะกักตุนน้ำมัน” มีรายละเอียดว่า…“หลังจากเกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลน และน้ำมันแพง มีการตื่นตระหนกกันในหมู่ประชาชน จนรัฐบาลต้องออกมาให้คำยืนยันกับประชาชนว่า น้ำมันมีเพียงพอ มีน้ำมันสำรอง และสามารถใช้ได้อีก 104 วัน แต่ในความเป็นจริง ประชาชนที่ไปเติมน้ำมันในปั๊มต่าง ๆ พบว่า น้ำมันขาดแคลน เจอแต่ป้ายน้ำมันหมด หรือกำลังรอการขนส่งน้ำมัน เลยทำให้ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันในการทำการเกษตรเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในชนบท และปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด

จนนายพิพัฒน์ รัฐกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ได้ออกมาบอกว่า จะมีการเชิญทุกฝ่ายที่อยู่ในซัพพลายเชนของพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่ง และจ๊อบเบอร์ เพื่อมาแก้ผ้าดูทีละคนว่า ใครเป็นผู้กักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ใครคือไอ้โม่ง จะเอามาเข้าเครื่องจับเท็จทุกคน

เมื่อนายพิพัฒน์พูดเช่นนี้ สังคมจึงตั้งคำถามว่า ใครคือไอ้โม่ง หรือตัวการ จนมีผู้สื่อข่าวได้นำประเด็น ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน มาถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มีคำว่าไอ้โม่งที่มากักตุน มีแต่ประชาชนที่มีความกังวล แล้วมากักตุนน้ำมัน จากเดิมที่เคยใช้ปริมาณ 67 ล้านลิตรต่อวันเพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งที่การผลิตเท่าเดิม

จึงทำให้หลายคนสงสัยในประเด็น ไอ้โม่ง ระหว่างความเห็นของนายพิพัฒน์กับนายอนุทิน จึงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้พูดคุยหรือทำความเข้าใจในข้อมูลว่า ไอ้โม่งมีหรือไม่ ถ้าจะอ้างว่าประชาชนเป็นผู้กักตุนน้ำมัน ต้องถามว่ามีประชาชนที่ไหนบ้าง จะมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะกักตุนน้ำมันได้ จำนวนที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ปกติถึง 17 ล้านลิตร ประชาชนไม่มีศักยภาพเพียงพอ และไม่มีอุปกรณ์หรือถังน้ำมันที่จะมาเก็บกักตุนน้ำมันได้ เพราะน้ำมันไม่ใช่น้ำประปา เป็นวัตถุไวไฟ เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย

เพราะฉะนั้นประชาชนทั่วไป ที่จะใช้น้ำมันก็ใช้พอประมาณ หรือตามเท่าที่จำเป็น จะไม่มีกักตุน อยากจะให้รัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง และมันต้องกลับไปดูว่า ระหว่างโรงกลั่นกับคลังน้ำมัน ใครคือคนที่กักตุนน้ำมันกันแน่ และรัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร

อยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน และไม่ใช่โบ้ยให้ประชาชนเป็นแพะ และอยากให้ข้อมูลข่าวสารของในฝ่ายรัฐบาลมีเอกภาพ มิฉนั้นจะเกิดความสับสนในหมู่ประชาชน เรื่องน้ำมันขาดแคลนและน้ำมันแพง”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img